News, Congratulations, Event, Show Review

SEA DIECASTING 2026 Redefines the Future of the EV and Die Casting Industries in ASEAN

Share with

         SEA DIECASTING 2026 ปิดฉากลงอย่างงดงาม พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรม Die Casting และ EV Supply Chain แห่งใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตลอด 3 วันของการจัดงาน ระหว่างวันที่ 20–22 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมบางแสนเฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเข้าร่วมอย่างคึกคัก

        งานในปีนี้สามารถดึงดูดผู้เข้าชมงานจากภาคอุตสาหกรรมกว่า 1,182 ราย พร้อมด้วยผู้แสดงสินค้าและเทคโนโลยีกว่า 60 บูธ และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 30 ท่าน ที่มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวโน้มเทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรม Die Casting, Lightweight Materials, EV Manufacturing และ Smart Factory

      นอกจากนี้ งานยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายประเทศ อาทิ ไทย จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส นอร์เวย์ สเปน ปากีสถาน และแอลจีเรีย สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุน การผลิต และการเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค

         ภายในงานมีการนำเสนอเทคโนโลยี die casting และระบบการผลิตสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม EV และอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ เช่นระบบ Automation, Smart Manufacturing, Lightweight Components และเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนความแม่นยำสูง ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้ประกอบการในภูมิภาคสามารถยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มคุณภาพสินค้า และลดต้นทุนการแข่งขันในระยะยาว

        อีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญ คือการสร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านกิจกรรม Business Matching และ Networking ระหว่าง OEMs, Tier Suppliers และผู้ผลิตจากทั่วโลก โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและจีนที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างชัดเจน บริษัทจีนหลายแห่งแสดงความสนใจในการลงทุนและสร้างเครือข่ายซัพพลายเชนในประเทศไทย ขณะที่ผู้ประกอบการไทยได้รับโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ พันธมิตรทางธุรกิจ และตลาดต่างประเทศมากขึ้น

         MEGA Tech ขอพาผู้อ่านร่วมเจาะลึกประเด็นสำคัญและเทคโนโลยีที่น่าสนใจจากเวทีสัมมนาภายในงาน ผ่านไฮไลท์เด่นบางส่วนที่สะท้อนทิศทางและอนาคตของอุตสาหกรรม Die Casting ยุคใหม่ ดังต่อไปนี้

Indonesia Die Casting Industry : Ecosystem and Collaboration Opportunities

         นำเสนอโดยคุณ Toto Suharto Head of Automotive – The Institution of Engineering Indonesia ( PII ) Country Manager – RMA Indonesia สรุปใจความสำคัญว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของอินโดนีเซียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และกำลังสร้างโอกาสครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรม Die Casting และชิ้นส่วนอลูมิเนียมในภูมิภาค โดยในปี 2025 สัดส่วนการใช้ EV ของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 13% และยอดขายเติบโตถึง 58% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

       ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาดไม่ได้มาจากความต้องการของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากนโยบาย TKDN (Local Content Requirement) ซึ่งกำหนดให้รถ EV ต้องใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการสนับสนุนจากภาครัฐ

        ภายใต้แผนดังกล่าว สัดส่วน Local Content จะเพิ่มจาก 40% ในปัจจุบัน เป็น 60% ในช่วงปี 2027-2029 และ 80% ภายในปี 2030 ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเร่งสร้างซัพพลายเชนภายในประเทศอย่างจริงจัง สิ่งที่น่าสนใจคือ แบตเตอรี่คิดเป็นมูลค่าถึง 35-40% ของรถ EV ทั้งคัน การบรรลุเป้าหมาย TKDN 80% จึงแทบเป็นไปไม่ได้ หากไม่มีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอย่าง Battery Housing, Motor Housing และ Structural Casting ภายในประเทศ ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์หลักของอุตสาหกรรม Die Casting

           ในขณะเดียวกัน ปริมาณการใช้อลูมิเนียมในรถ EV ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 205 กิโลกรัมต่อคันในปี 2022 เป็น 256 กิโลกรัมต่อคันภายในปี 2030 สะท้อนถึงความต้องการชิ้นส่วนหล่ออลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่จะเติบโตไปพร้อมกับตลาด EV อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การขยายฐานการผลิต EV ของผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น BYD และ VinFast ไปยังพื้นที่ Subang ขณะที่คลัสเตอร์โรงหล่อเดิมส่วนใหญ่อยู่ใน Bekasi ซึ่งห่างออกไปมากกว่า 100 กิโลเมตร ทำให้เกิดช่องว่างด้านซัพพลายเชน และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต Die Casting รายใหม่เข้าไปลงทุนใกล้ฐานการผลิตรถยนต์แห่งใหม่

        จากแนวโน้มดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญมองว่า 6 กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ สายการผลิต HPDC สำหรับ EV, การรีไซเคิลและผลิตอลูมิเนียมอัลลอย, ศูนย์แม่พิมพ์และ Tooling, Gigacasting ขนาด 2,000-6,000 ตัน, การพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิค และโซลูชัน Industry 4.0/MES

        โดยสรุป การเติบโตของ EV ควบคู่กับข้อกำหนด TKDN กำลังเปลี่ยน Die Casting จากอุตสาหกรรมสนับสนุน ให้กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของซัพพลายเชน EV อินโดนีเซีย ผู้ประกอบการที่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ในช่วงปี 2026-2030 จะมีโอกาสสูงในการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่กำลังขยายการลงทุนในประเทศ.

Lightweight Aluminum Casting Products : Driving the Future of Sustainable Electric Mobility

       นำเสนอโดยคุณธนากร ตั้งวานิชกพงษ์ Director of Asia Operation , Maxion Wheels. Vice Chairman of the Foundry Industry Club under The Federation of Thai Industries ( FTI ) สรุปใจความสำคัญว่า แม้เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ผู้ผลิตทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ นั่นคือความต้องการเพิ่มระยะทางวิ่ง ลดการใช้พลังงาน และควบคุมต้นทุนการผลิตไปพร้อมกัน ในอดีตการเพิ่มขนาดแบตเตอรี่อาจเป็นวิธีที่ช่วยให้รถวิ่งได้ไกลขึ้น แต่แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นก็มาพร้อมกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รถใช้พลังงานมากขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น และสร้างข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพโดยรวม เมื่อการแข่งขันในตลาด EV ทวีความรุนแรงขึ้น ผู้ผลิตจึงเริ่มมองหาวิธีใหม่ที่ให้ผลลัพธ์คุ้มค่ากว่า นั่นคือ “การลดน้ำหนักของตัวรถ”

    ข้อมูลจากอุตสาหกรรมระบุว่า การลดน้ำหนักรถเพียง 10% สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้ถึง 6-8% โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ นั่นทำให้แนวคิด Lightweight กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของผู้ผลิต EV ทั่วโลก วัสดุที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ Aluminium ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดวัสดุน้ำหนักเบาสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ถึง 45% เนื่องจากมีคุณสมบัติน้ำหนักเบากว่าเหล็ก 40-60% แต่ยังคงความแข็งแรงและความปลอดภัยที่จำเป็นต่อการใช้งานในรถยนต์สมัยใหม่

     ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำหลายรายได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของแนวทางนี้แล้ว ตัวอย่างเช่น Tesla Model S ที่ใช้ Aluminium ในโครงสร้างหลักและสามารถลดน้ำหนักรถได้ประมาณ 23% ขณะที่ Audi e-tron GT มีสัดส่วน Aluminium ในโครงสร้างตัวถังมากกว่า 60% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและระยะทางการขับขี่ นอกจากประโยชน์ด้านสมรรถนะแล้ว Aluminium ยังตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนอีกด้วย เพราะ Aluminium รีไซเคิลสามารถประหยัดพลังงานได้สูงถึง 95% เมื่อเทียบกับการผลิต Aluminium ใหม่ ส่งผลให้ผู้ผลิตสามารถลดการปล่อยคาร์บอนและสอดคล้องกับมาตรฐาน ESG ที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก

    ผลจากแนวโน้มดังกล่าวทำให้ตลาดวัสดุน้ำหนักเบาสำหรับ EV มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มจาก 100.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 สู่กว่า 115.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

ในอนาคต การแข่งขันของอุตสาหกรรม EV อาจไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครมีแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุด แต่จะวัดกันว่าใครสามารถออกแบบรถให้ “เบากว่า แข็งแรงกว่า และยั่งยืนกว่า

Lightweight ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ของวัสดุอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนายานยนต์แห่งอนาคต ที่ช่วยเพิ่มระยะทางวิ่ง ลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้พลังงาน และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของอุตสาหกรรมทั่วโลก สำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน การลงทุนในเทคโนโลยี Aluminium Casting, Digital Manufacturing, Automation และนวัตกรรมด้านวัสดุ จึงไม่ใช่เพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขันในยุค New Mobility ที่กำลังมาถึงอย่างรวดเร็ว

 นอกเหนือจากองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เข้มข้นภายในห้องสัมมนา อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานคือมุมมองจากผู้ประกอบการและบริษัทชั้นนำที่เข้าร่วมออกบูธ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรม Die Casting และแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV อย่างชัดเจน

MEGA Tech ขอพาผู้อ่านไปสำรวจความคิดเห็นและประสบการณ์จากผู้แสดงสินค้าบางส่วนภายในงาน ที่ร่วมแบ่งปันมุมมองต่ออนาคตของอุตสาหกรรมการผลิตในภูมิภาคนี้

           Preston International ยกระดับอุตสาหกรรม Die Casting ไทย ด้วย Vacuum Solutions และ Smart Production Systems

         Preston International Co., Ltd. ผู้ให้บริการโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมโลหการและไดคาสติ้ง ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนภาคการผลิตผ่านเทคโนโลยีและระบบการผลิตที่ทันสมัย โดยบริษัทมีความเชี่ยวชาญด้าน Vacuum Die Casting Systems, ระบบการผลิต (Production Systems) และโซลูชันซอฟต์แวร์ (Software Solutions) เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม

          ด้วยแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความต้องการเฉพาะของลูกค้า Preston International มุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมกับแต่ละกระบวนการผลิต พร้อมให้การสนับสนุนอย่างครบวงจร เพื่อช่วยผลักดันภาคการผลิตให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           คุณ Maggie Jiajiang รองประธานบริษัท Preston International Co., Ltd. เปิดเผยมุมมองว่า บริษัทได้แนะนำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเข้าสู่ตลาดไทยมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และปัจจุบันมีลูกค้าบางส่วนในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตจากจีนที่ดำเนินธุรกิจร่วมกับตลาดญี่ปุ่น และนำเทคโนโลยีของบริษัทเข้ามาใช้ในฐานการผลิตในประเทศไทย ในมุมมองต่ออุตสาหกรรมไดคาสติ้งไทย Preston International มองว่า แม้ขนาดตลาดของไทยอาจยังเล็กเมื่อเทียบกับบางประเทศในภูมิภาค แต่ยังคงมี ศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อภาคการผลิตของประเทศยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสขยายตัวในอนาคตเพิ่มมากขึ้น

          คุณ Maggie Jiajiang กล่าวสรุป “การเข้าร่วมงาน SEA Diecasting 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของบริษัทในการขยายการรับรู้แบรนด์และสร้างความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการในประเทศไทย แม้ว่าการจัดแสดงภายในงานจะเน้นการนำเสนอข้อมูลและเทคโนโลยีผ่านสื่อประชาสัมพันธ์เป็นหลัก แต่บริษัทมองว่างานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมยังคงเป็นเวทีสำคัญสำหรับการสร้างเครือข่ายและเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ”  

Prolific โชว์ศักยภาพครบวงจรด้าน Aluminum Die Casting พร้อมต่อยอดความร่วมมือระดับสากล

            Prolific Heating International Co., Ltd เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความร้อนและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรม Die Casting แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่เตาหลอม Aluminum ระบบ Holding Furnace ไปจนถึงวัสดุและอุปกรณ์ในกระบวนการผลิต จุดเด่นสำคัญคือการนำเสนอ Solution-based Service ที่ช่วยลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพชิ้นงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีด้าน Energy Saving และ Smart Manufacturing เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และ EV ในอนาคต พร้อมทีมวิศวกรและบริการหลังการขายที่ดูแลตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงงานบำรุงรักษาอย่างครบวงจร

           คุณภุมริน ซอศรีสาคร กรรมการผู้จัดการ Prolific Group กล่าวว่า “Prolific และพันธมิตรทางธุรกิจ มีสินค้าและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมที่พร้อมรองรับทั้งด้านการผลิต การบริการ และการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทยที่มีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แม้ว่าตลาดในปัจจุบันจะมีผู้เล่นจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น แต่บริษัทมองว่านี่คือโอกาสสำคัญในการสร้างความร่วมมือใหม่ ๆ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดเครือข่ายทางธุรกิจร่วมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ที่มีศักยภาพสูงจากจีน ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตของไทย

         นอกจากนี้ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมในปีนี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ช่วยให้บริษัทได้พบปะลูกค้าเดิม สร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ และเปิดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและพันธมิตรรายใหม่อย่างต่อเนื่อง

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้แนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว” คุณภุมรินกล่าวปิดท้ายด้วยความมั่นใจ

PSW Light Metal เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ ด้วยโซลูชันโลหะน้ำหนักเบา

    บริษัท PSW Light Metal Co., Ltd. ผู้นำด้านการรีไซเคิลและการผลิตโลหะน้ำหนักเบา โดยเฉพาะแมกนีเซียมและอะลูมิเนียม ได้สะท้อนบทบาทสำคัญของภูมิภาคเอเชียต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่ ด้วยฐานการผลิตในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย บริษัทนำเสนอโซลูชันโลหะน้ำหนักเบาให้กับหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ อากาศยาน อิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสาร และก่อสร้าง

      PSW มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมเสริมศักยภาพระดับสากลผ่านความเชี่ยวชาญด้านวัสดุขั้นสูง ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบคุณค่า ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก

      คุณ Jose Wang กรรมการบริษัท PSW Light Metal Co., Ltd. เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ผลิตทั่วโลกกำลังกระจายฐานการผลิตและขยายการลงทุนออกจากฐานการผลิตดั้งเดิม ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตดังกล่าว ได้แก่ นโยบายภาคอุตสาหกรรมของไทย บุคลากรที่มีทักษะ และการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

     อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากภายในงาน คือ การเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักต่อความต้องการวัสดุสำหรับงานไดคาสติ้งและโลหะน้ำหนักเบา ผู้ผลิตชิ้นส่วนอะลูมิเนียมและแมกนีเซียมต่างปรับกลยุทธ์การผลิตให้สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม EV มากขึ้น เนื่องจากวัสดุน้ำหนักเบามีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่และสมรรถนะของยานยนต์ไฟฟ้า

     คุณ Jose Wang ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จะยิ่งช่วยเร่งการเติบโตของตลาด EV ในภูมิภาค และส่งผลดีต่อความต้องการในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมโดยรวมในอนาคต”

     SEA DIECASTING 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรม Die Casting และ EV Supply Chain ของภูมิภาคอาเซียน ความสำเร็จของงานในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่เพิ่มขึ้น หรือการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจริงในภาคอุตสาหกรรม ทั้งด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ การขยายเครือข่ายซัพพลายเชน การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และการต่อยอดการลงทุนในอุตสาหกรรม EV และ Die Casting ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค

      สำหรับผู้ประกอบการไทยและประเทศในอาเซียน งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจระดับสากล ทั้งในด้านการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และการเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ ซึ่งกำลังขับเคลื่อนด้วยแนวคิด Smart Manufacturing, Lightweight Materials, Automation และ Sustainability

       MEGA Tech เชื่อว่า SEA DIECASTING จะยังคงเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ช่วยผลักดันศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยและภูมิภาคอาเซียนสู่อนาคตของการผลิตโลก พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการในทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง แล้วกลับมาพบกันใหม่กับ SEA DIECASTING ในปีหน้า เพื่อร่วมติดตามทิศทาง เทคโนโลยี และโอกาสครั้งใหม่ของอุตสาหกรรม Die Casting และ EV ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มรูปแบบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *