ภาคการผลิตญี่ปุ่นส่งสัญญาณฟื้นตัวแข็งแกร่งในเดือนกรกฎาคม หลังคำสั่งซื้อใหม่ทะยานสูงสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง จากกระแสลงทุน AI หนุนให้โรงงานเร่งผลิต แม้ผู้ประกอบการยังจับตาความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ภาคการผลิตของญี่ปุ่นกลับมาส่งสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจนในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ระบุว่า กิจกรรมการผลิตขยายตัวในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบเกือบ 12 ปี สะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่ โดยเฉพาะความต้องการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตทั่วโลก
Highlights and Key Takeaways• ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของญี่ปุ่น อยู่ที่ 54.5 ในเดือนกรกฎาคม ลดลงเล็กน้อยจาก 54.8 ในเดือนมิถุนายน และต่ำกว่าค่าประมาณการเบื้องต้นที่ 54.7 แต่ยังนับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7• ผลผลิตภาคการผลิต ขยายตัวในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2557 ขณะที่ คำสั่งซื้อใหม่ เพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 โดยผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าได้รับแรงหนุนจากความต้องการในอุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) และการผลิตที่เกี่ยวข้องกับ AI• คำสั่งซื้อใหม่จากต่างประเทศ ขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี โดยผู้ผลิตรายงานว่ามีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากทั้ง เอเชีย และ สหรัฐอเมริกา• Annabel Fiddes รองผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของ S&P Global Market Intelligence กล่าวว่า บริษัทต่าง ๆ ให้ความเห็นว่า การฟื้นตัวครั้งนี้สอดคล้องกับ อุปสงค์ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และหลายบริษัทเริ่มเห็นการเติบโตของ การผลิตที่เกี่ยวข้องกับ AI• ความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน ในเดือนกรกฎาคม โดยผู้ผลิตคาดว่าความต้องการของตลาดจะยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการผลิตญี่ปุ่นในระยะต่อไป
ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งกำลังพยายามรักษาโมเมนตัมการเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยผลสำรวจ PMI ล่าสุดพบว่า โรงงานในญี่ปุ่นเพิ่มกำลังการผลิตอย่างแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2557 ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่ขยายตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง สะท้อนว่าความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมกำลังกลับมาอย่างต่อเนื่อง
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการลงทุนด้าน AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ผลิตญี่ปุ่นซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักร ชิ้นส่วนความแม่นยำสูง วัสดุขั้นสูง และอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จึงได้รับอานิสงส์โดยตรงจากกระแสการลงทุนดังกล่าว
สำหรับผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์และอุตสาหกรรมการผลิต ข่าวดีครั้งนี้สะท้อนว่าความต้องการเครื่องจักร วัสดุและวัตถุดิบ รวมถึงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยผู้ผลิตเครื่องจักรกล (Machine Tools) ระบบอัตโนมัติในโรงงาน (Factory Automation) หุ่นยนต์อุตสาหกรรม ตลอดจนผู้ผลิตโลหะและชิ้นส่วนความเที่ยงตรงสูง อาจได้รับโอกาสทางธุรกิจเพิ่มขึ้นหากภาคการผลิตของญี่ปุ่นยังเดินหน้าขยายกำลังการผลิตต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมการผลิตจะสดใส แต่ภาคธุรกิจญี่ปุ่นยังคงระมัดระวังต่อปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนความไม่แน่นอนด้านการค้าและห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนและแนวโน้มคำสั่งซื้อในระยะต่อไป
สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจญี่ปุ่น การฟื้นตัวของภาคการผลิตถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเออร์ชิ้นส่วน โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ผลิตหลายรายกำลังเร่งลงทุนในเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ และการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสายการผลิต
นักวิเคราะห์มองว่า หากคำสั่งซื้อใหม่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ญี่ปุ่นมีโอกาสกลับมาเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการผลิตโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ และเครื่องจักรอุตสาหกรรม ซึ่งยังคงเป็นจุดแข็งของประเทศญี่ปุ่น และจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและการลงทุนด้าน AI ที่กำลังเร่งตัวทั่วโลก

ที่มา: News << Click here