บริษัท มิตูโตโย (ประเทศไทย) จำกัด จัดพิธีเปิดสำนักงานสาขาชลบุรี (Chonburi Branch: CBB) อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดี โดยช่วงเช้าได้ประกอบพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับเกียรติจาก Mr. Shigeyuki Sasaki President of Mitutoyo Corporation ประเทศญี่ปุ่น เป็นประธานเปิดงาน และ Mr. Shunji Uchida Managing Director of Mitutoyo (Thailand) Co., Ltd ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง
ในโอกาสนี้ MEGA Tech ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานและพูดคุยกับ คุณกวี บุญสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มิตูโตโย (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเจาะลึกถึงแนวคิดและที่มาของการลงทุนครั้งสำคัญ ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ในการยกระดับศักยภาพการให้บริการลูกค้าในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
คุณกวีเปิดเผยว่า สาขาชลบุรีก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2002 โดยเริ่มต้นจากทีมงานเพียง 5 คน มีภารกิจหลักในการสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ต่อมาเมื่อภาครัฐผลักดันโครงการ EEC อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เกิดการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ฐานลูกค้าของบริษัทจึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในกลุ่มยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือแพทย์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
การเติบโตดังกล่าวทำให้สำนักงานเดิมไม่สามารถรองรับทั้งจำนวนลูกค้าและการจัดแสดงโซลูชั่นได้อย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันจำนวนพนักงานก็เพิ่มขึ้นจาก 5 คนเป็นกว่า 20 คน จึงเป็นที่มาของการลงทุนสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ เพื่อยกระดับทั้งประสิทธิภาพการให้บริการและคุณภาพสภาพแวดล้อมในการทำงาน
จุดเด่นสำคัญของสำนักงานแห่งใหม่ คือ Solution Center ที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 2.5 เท่า พร้อมพื้นที่สำนักงานที่ขยายมากกว่า 2 เท่า รองรับการขยายทีมงานในอนาคตได้ถึง 40 คน โดยออกแบบให้เป็นพื้นที่ทำงานที่โปร่ง โล่ง สบาย ส่งเสริมการทำงานร่วมกันและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมห้องประชุมที่มีขนาดใหญ่และรองรับกิจกรรมด้านเทคนิคได้อย่างครบครัน
อาคารแห่งใหม่ได้รับการปรับปรุงจากโครงสร้างคลังสินค้าเดิม ด้วยการเพิ่มพื้นที่ชั้นสองเพื่อใช้เป็นสำนักงานและห้องประชุม ทำให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
Solution Center ครบวงจร ครอบคลุม 7 อุตสาหกรรมหลัก
หัวใจสำคัญของสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ คือ Solution Center ซึ่งรวบรวมเทคโนโลยีการตรวจวัดและระบบอัตโนมัติที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมหลัก 7 กลุ่ม ได้แก่
1. Automotive & EV
นำเสนอเทคโนโลยีการตรวจวัดสำหรับชิ้นส่วนยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้า ครอบคลุมเครื่อง Coordinate Measuring Machine (CMM) เครื่องวัดความกลม (Roundness Measuring Machine) ระบบ Optical Measurement รวมถึงเครื่องทดสอบความแข็ง สำหรับการตรวจสอบเพลา ชุดเกียร์ เซนเซอร์ และชิ้นส่วนความแม่นยำสูง
2. Coordinate Measuring Machine with Automation
สาธิตระบบตรวจวัดอัตโนมัติที่เชื่อมต่อกับสายการผลิต โดย CMM สามารถสื่อสารกับระบบ Conveyor และ Automation เพื่อคัดแยกชิ้นงานดีและชิ้นงานเสียโดยอัตโนมัติ รองรับการผลิตแบบ Smart Factory และสามารถส่งต่อข้อมูลไปยังกระบวนการผลิตถัดไปได้อย่างไร้รอยต่อ
3. Electronics & PCB
นำเสนอเทคโนโลยี Non-contact Measurement และ Vision Measurement สำหรับการตรวจสอบแผงวงจร PCB ชิป IC และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก ด้วยระบบ CNC Vision ที่สามารถวัดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมจัดแสดงเครื่องมือวัดหลากหลายประเภท รวมถึงไมโครมิเตอร์ขนาดใหญ่สำหรับงานท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล และเครื่องมือวัดแบบ Hand Tools ที่รองรับการสอบเทียบตามมาตรฐานสากล
4. Vision Measuring Machine with Automation
ระบบโหลดชิ้นงานอัตโนมัติสำหรับเครื่อง Vision Measurement เหมาะกับการวัดชิ้นงานขนาดเล็กที่ต้องการความละเอียดสูง ผู้ปฏิบัติงานเพียงวางชิ้นงานลงในถาดที่ออกแบบไว้ ระบบจะมีการเรียกใช้โปรแกรมโดยอ่าน QR Code บนตัวชิ้นงาน หลังจากนั้น ระบบจะดำเนินการตรวจวัดทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดเวลาการผลิต
5. Industrial Solution
สาธิตการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องมือวัด Robot Arm และ CNC Machining Center ภายใต้แนวคิด Smart Manufacturing โดยทุกอุปกรณ์สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน เพื่อดำเนินกระบวนการตรวจสอบคุณภาพและคัดแยกชิ้นงานโดยอัตโนมัติ พร้อมรองรับการพัฒนาสู่ระบบ Rework อัตโนมัติในอนาคต
6. Medical Device
นำเสนอเทคโนโลยีการตรวจวัดสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ พร้อมบริการออกแบบและผลิต Jig หรือ Fixture ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing เพื่อรองรับชิ้นงานที่มีรูปทรงซับซ้อนและต้องการความแม่นยำสูง
7. Aerospace
จัดแสดงหัววัดแบบ 5 แกน (REVO) สำหรับการตรวจวัดชิ้นงานสามมิติที่มีรูปทรงซับซ้อน สามารถเข้าถึงทุกพื้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงระบบตรวจวัดชิ้นส่วนของเครื่องยนต์สำหรับอากาศยาน และเครื่องทดสอบสมบัติวัสดุ (Material Testing) เพื่อรองรับมาตรฐานคุณภาพของอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ
ออกแบบพื้นที่ทำงานเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิต
นอกเหนือจากเทคโนโลยีด้านการตรวจวัดแล้ว Mitutoyo ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยเลือกใช้แนวคิด Human-Centric Workplace Design ที่มุ่งเน้นทั้งประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตของพนักงาน
หนึ่งในจุดเด่นคือการออกแบบโถงบันไดกลางอาคารให้เปิดโล่ง พร้อมระบบหมุนเวียนและเติมอากาศ ช่วยระบายความร้อนและเพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในอาคาร รวมถึงการจัดวางพื้นที่ทำงานให้ได้รับแสงธรรมชาติและมองเห็นวิวภายนอก เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ผ่อนคลายและกระตุ้นพลังในการทำงานในแต่ละวัน
คุณกวีกล่าวทิ้งท้ายว่า “สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้เกิดขึ้นจากการรวบรวมความคิดเห็นของพนักงานจากทุกฝ่าย เราต้องการสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การให้บริการลูกค้า และการเติบโตขององค์กรในระยะยาว เพื่อให้ที่นี่เป็นสถานที่ทำงานที่ทุกคนภาคภูมิใจ”
การลงทุนในสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Mitutoyo ในการยกระดับการให้บริการด้านเทคโนโลยีการตรวจวัดและโซลูชันคุณภาพสำหรับภาคอุตสาหกรรมไทย พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตอัจฉริยะ และเสริมศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในยุคอุตสาหกรรม 4.0 และการผลิตแห่งอนาคต


