Manufacturing Trends

APPROACHNG THE SECOND MACHINE AGE

APPROACHNG THE SECOND MACHINE AGE
Share with

Article by:  Asst.Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., MEGA Tech Senior Editor

กว่าสองร้อยปีแล้วที่การปฏิวัติอุตสาหกรรมได้เข้ามาเปลี่ยนชะตากรรมของมวลมนุษยชาติไปจนแทบจะจำไม่ได้ นักประวัติศาสตร์เทคโนโลยีมักกล่าวถึงปฏิวัติอุตสาหกรรมว่าเกิดขึ้นอยู่สามครั้งได้แก่เครื่องจักรไอน้ำ การคิดค้นระบบไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ ความแตกต่างระหว่างยุคจักรกลแรกและจักรกลที่สองนั้นก็มีความสำคัญอันเป็นการถกเถียงที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและงาน

THE FIRST MACHINE AGE IS MECHANICAL

ในยุคจักรกลแรกนั้นครอบคลุมถึงการปฏิบัติอุตสาหกรรมครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สอง เครื่องจักรในยุคนี้ใช้แรงงานแก่มนุษย์ ส่วนการปฏิบัติอุตสาหกรรมครั้งที่สามนี้จัดอยู่ในยุคจักรกลที่สอง เครื่องจักรในยุคนี้นอกจากให้แรงงานแล้วยังสามารถให้พลังในการคิดประมวลผลได้อีกด้วย  ถ้าต้องการจะพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีและการจ้างงานแล้วคุณสมบัติทางเทคนิคของการปฏิวัติเทคโนโลยีสารสนเทศน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่จะตอบโจทย์ความสัมพันธ์ดังกล่าว เครื่องจักรในยุคที่สองนี้ไม่ได้หมายถึงหุ่นยนต์ที่สามารถมองเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงเทคโนโลยี softbots ซึ่งได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์ และดาต้าอนาไลติกส์อีกด้วย ซึ่งได้นำมาสู่ Internet of Robotic Things หรือระบบเครือข่ายของหุ่นยนต์

ด้วยลักษณะนี้เองที่เป็นการติดแขนขาให้กับอินเตอร์เน็ต อีกทั้งการเรียนรู้ของจักรกลและปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ตัวอินเตอร์เน็ตมีสติปัญญาและความฉลาด การบริหารและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลก็นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อให้บรรลุผลดังกล่าว ยุคจักรกลแรกและยุคจักรกลที่สองได้เข้ามามีส่วนในชีวิตงานของมนุษย์ทั้งงานที่อาศัยพลังทางกายภาพและพลังทางสติปัญญา การที่เครื่องจักรจะเข้ามามีส่วนในงานแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการออกแบบเชิงองค์ประกอบของงาน

First machine age: rationalization of physical labor

APPROACHNG THE SECOND MACHINE AGE
First machine age: rationalization of physical labor
Source: Rathenau Instituut

 การถือกำเนิดของวิทยาการจัดการหรือ Taylorism ในศตวรรษที่ 19 โรงงานถูกออกแบบเพื่อให้เป็นเรื่องจักรทรงประสิทธิภาพขนาดใหญ่ แต่ในช่วงทศวรรษที 1980s อุบัติการณ์ของเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามาช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมการบริการ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมภาคการผลิต digital Taylorism ได้จัดระเบียบองค์ประกอบภาคการบริการขึ้นใหม่ โดยแยกส่วนงานออกเป็นกระบวนงานย่อยขนาดเล็กที่สามารถนำไปทำ outsource, offshore, reshore หรือออโตเมชันก็ได้ สภาวะดังกล่าวนี้นำไปสู่การจัดการใช้งานแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบเครือข่ายอินเตอร์ได้ให้กำเนิด digital platform ยิ่งทำให้ต้นทุนและแรงงานนั้นต่ำลงไปอีก

THE SECOND MACHINE AGE IS DIGITAL TAYLORISM

            ในยุคจักรกลที่สองและด้วยอุบัติการของเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1980s เรื่อยมา ภาคการบริการจึงได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ digital Taylorism ถ้า mechanical Taylorism ได้พลังทางกายภาพแล้ว ก็จะกล่าวได้ว่า digital Taylorism ได้ให้พลังทางปัญญา ผลลัพธ์ก็คือการบริหารจัดการงานแบบ outsource หรือ offshore หรือ ออโตเมชันนั้นสามารถนำมาใช้กับงานที่มีลักษณะที่ต้องใช้ความสามารถเชิงความคิดสติปัญญาแบบมนุษย์ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่งานที่อาศัยแต่เพียงแรงงานเท่านั้น ระบบการบริหารจัดการงานในลักษณะใหม่ที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ได้กลายเป็นสิ่งจูงใจนับตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา ทั้งนี้ก็เพราะเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต

อินเทอร์เน็ตได้เร่งภาวะโลกาภิวัฒน์ ความยืดหยุ่นเชิงโครงสร้าง และการจัดการงานแบบแพลตฟอร์มขึ้น เป็นประจักษ์พยานการกำเนิดขึ้นขององค์กรแบบเสมือนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดสรรงานแบบ on-demand ทั้งที่เป็นงานแบบอาสาและงานแบบจ้าง เค้าโครงความคิดเช่นนี้เองที่เป็นต้นแบบของอูเบอร์

APPROACHNG THE SECOND MACHINE AGE
Second machine age: rationalization of cognitive labor
Source: Rathenau Instituut

LEAN PRODUCTION AND MASS PERSONALIZATION

แนวปฏิบัติในภาคอุตสาหกรรมโดยทั่วไปนั้น จะพบว่ามีการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างแรงงานดิจิทัลและแรงงานมนุษย์มากกว่าที่จะปล่อยให้เป็นแบบออโตเมชันเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วกันในนาม lean production ทั้งในนี้แก่นของ Taylorism คือการลดต้นทุนที่ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพ ภาวะขาดแคลนต้นทนวัตถุดิบในช่วงหลังสงครามโลกในญี่ปุ่นได้กลายมาเป็นตัวขับเคลื่อนแนวคิด lean production ของโตโยต้าในช่วงทศวรรษ 1950s แนวคิดดังกล่าวนี้เป็นนำข้อดีของหลักการกระจายงานและการผลิตแบบเน้นปริมาณ ทั้งนี้ก็เพราะเป็นการหลีกเลี่ยงการเกิดต้นทุนที่สูงและข้อจำกัดที่ก่อให้เกิดความไม่ยืดหยุ่นในงานออกไป

               การแพร่หลายของแนวคิด lean management ในโลกตะวันตกเกิดขึ้นพร้อมกับปรากฎการณ์เศรษฐกิจโลกาภิวัฒน์ในทศวรรษที่ 1980S และ 1990S ได้อย่างพอดิบพอดี สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ประสิทธิภาพในห่วงโซ่การผลิตในโรงงาน แต่ยังได้ก้าวไกลไปถึงห่วงโซ่การผลิตในระดับโลก ทำให้เกิดการแยกกระบวนการผลิตเป็นสายกระบวนการผลิตย่อย ที่มีความจำเพาะด้าน และมีการย้ายฐานการผลิต การทำ outsource ในระดับภูมิภาคได้กลายเป็นกิจกรรมสนับสนุนการทำ offshore ในระดับโลก มีการย้ายฐานที่ตั้งโรงงานไปยังประเทศค่าแรงงานต่ำ ซึ่งเกิดผลกระทบต่อแรงงานที่ทักษะต่ำและไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่งานมากนัก

APPROACHNG THE SECOND MACHINE AGE
Second machine age: as from 1980, the lean production and mass personalization
Source: Rathenau Instituut

THE DIGITAL INTERNET ECONOMY

นับตั้งแต่ต้นศตวรรษ เครื่องมือดิจิทัลใหม่ๆ จำนวนมากไม่ได้นำมาใช้เพื่อการติดตามตรวจสอบกระบวนการทำงานในโรงงานเพียงเท่านั้น แต่ยังนำมาใช้ในการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและการบริโภคที่เกิดขึ้นจริง ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้มุ่งไปที่ห่วงโซ่การผลิตแต่เป็นห่วงโซ่คุณค่าที่เกิดขึ้นทั้งหมด RFID, GPS และระบบวิดิโอวงจรปิด เป็นเหมือนสะพานให้ก้าวข้ามจาก lean management ไปสู่ precision management โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่สภาพแวดล้อมเป็นดิจิทัล ที่ทำให้ precision management เป็นจริงโดยอาศัยฐานการไหลของข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาล (big data) สภาพแวดล้อมแบบดิจิทัลเช่นนี้เกิดขึ้นทั้งในโรงงานการผลิตและในคลังสินค้าขนาดใหญ่ นักข่าวชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกจ้างชั่วคราวของ amazon ได้ออกมาเปิดเผยว่าลูกจ้างถูกตรวจสอบการทำงานของพนักงานทุกวินาทีโดยอาศัยข้อมูลการทำงานของเครื่องสแกนที่สถานงานของลูกจ้างแต่ละคนที่ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวด้วยเทคโนโลยี wifi

            เทคโนโลยี www ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990s ได้ส่งผลขับเคลื่อนภาวะโลกาภิวัฒน์ไปอีกขั้นหนึ่ง และได้เปลี่ยนเงื่อนไขความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ และธุรกิจกับลูกจ้างพนักงานกับลูกค้า การจัดสรรแบ่งปันงานเกิดขึ้นได้ทุกมุมโลกอย่างง่ายดายกว่าสมัยก่อน ไม่เพียงแต่งานที่อาศัยทักษะแรงงานต่ำเท่านั้นที่ถูก offshore แต่งานจำพวกบริหารขั้นต้น และงานที่อาศัยทักษะแรงงานสูงที่มีมูลค่าเพิ่มสูงเช่น การเขียนโปรแกรม การออกแบบผลิตภัณฑ์ และงานการพัฒนาและวิจัยก็ได้ถูก offshore ไปแล้วเช่นกัน.

APPROACHNG THE SECOND MACHINE AGE
Second machine age: as from 1995, the digital internet economy
Source: Rathenau Instituut

TAKE-HOME MESSAGE

ยุคจักรกลแรกหมายรวมถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองอันแก่เครื่องจักรไอน้ำ ระบบเครื่องยนต์แบบเผาไหม้ภายใน และระบบไฟฟ้า เข้ามามีบทบาททดแทนแรงของมนุษย์และสัตว์ ยุคจักรที่สองมาพร้อมกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สามซึ่งก็คือการทางเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ความแตกต่างของจักรกลทั้งสองยุคอยู่ที่ข้อถกเถียงที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและระบบแรงงาน เครื่องจักรในยุคแรกให้พลังกายภาพ ในยุคที่สองให้พลังการประมวลเชิงปัญญา ถึงเวลาที่ควรเริ่มพิจารณาว่าสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนความเป็นมนุษย์ของเราหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือเราจะนำการเรียนรู้จากยุคจักรแรกมาสร้างให้เกิดประโยชน์แก่ทุกคนในยุคจักรที่สองในปัจจุบันได้อย่างไร

Related Posts