Measurement

การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมเครื่องมือวัด ในอุตสาหกรรมรถยนต์ สู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมเครื่องมือวัด ในอุตสาหกรรมรถยนต์ สู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
Share with

การเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งในวงการรถยนต์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องคือการเกิดขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งได้รับความสนใจและสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย ขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนอย่างมีนัยสำคัญ การเปลี่ยนแปลงทางด้านพลังงานทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มสู่ความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพทางพลังงานมากขึ้น ส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ คือ การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีการผลิตและออกแบบอย่างละเอียด เพื่อความมีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด ในกระบวนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีการวัดและการควบคุมคุณภาพเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการตรวจสอบและรับประกันว่ารถยนต์ที่ผลิตออกมามีคุณภาพเหมาะสมและปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน

การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมเครื่องมือวัด ในอุตสาหกรรมรถยนต์ สู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

การวัดและการควบคุมคุณภาพในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่เพียงแค่เรื่องของการตรวจสอบสินค้าและคุณภาพของส่วนประกอบ แต่ยังเป็นเรื่องของการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อควบคุมกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพและมีความสอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพสูงสุด ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการผิดพลาดในกระบวนการผลิตและรักษามาตรฐานคุณภาพตลอดเวลา

ในบทความนี้ จะมีการอธิบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ใช้ในการวัดและการควบคุมคุณภาพในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีนี้ในการผลิตรถยนต์ที่ปลอดภัยและมีความเป็นไปได้สูงในอนาคต รวมถึงสำรวจความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมและการยั่งยืนในกระบวนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจของผู้ผลิตและผู้บริโภค

ความสำคัญของการวัดในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV

การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมเครื่องมือวัด ในอุตสาหกรรมรถยนต์ สู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

               การวัดในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญมากในการควบคุมการผลิต  เนื่องจากมีผลต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ รวมถึงความปลอดภัย และประสิทธิภาพของระบบ ซึ่งมีความสำคัญ ดังนี้

คุณภาพผลิตภัณฑ์ ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คุณภาพของผลิตภัณฑ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภค ลดการเสี่ยงในด้านความปลอดภัย และเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทผู้ผลิต ซึ่งการวัดมีบทบาทสำคัญในการควบคุมและดูแลคุณภาพของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการผลิต ตั้งแต่การทดสอบและตรวจสอบคุณภาพขณะที่รถยนต์กำลังถูกผลิต เพื่อตรวจสอบว่ารถทุกคันมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงความแข็งแรงของวัสดุที่ใช้ในการผลิตโครงสร้างตัวถังรถ หรือชิ้นส่วนต่าง ๆ และทดสอบระบบความปลอดภัยของรถ เช่น ระบบเบรก ระบบป้องกัน ระบบความปลอดภัยในการเชื่อมต่อไฟฟ้า และการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าต่าง ๆ

การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมเครื่องมือวัด ในอุตสาหกรรมรถยนต์ สู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

ปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิต การวัดช่วยปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพในการผลิต โดยการตรวจสอบและระบุปัญหาที่เป็นไปได้ในกระบวนการผลิต การตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดที่มีความรวดเร็วช่วยให้การผลิตมีคุณภาพสูงขึ้น และลดข้อผิดพลาดในกระบวนการผลิต เป็นการป้องกันไม่ให้มีการผลิตรถที่มีปัญหา รวมทั้งการช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น โดยระบุขั้นตอนที่ไม่จำเป็นในกระบวนการผลิต ซึ่งสามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ และยังสามารถพัฒนากระบวนการผลิต โดยข้อมูลจากการวัดช่วยในการวิเคราะห์กระบวนการผลิตและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประหยัดทรัพยากร การประหยัดทรัพยากรเป็นแนวคิดที่สำคัญในทุก ๆ อุตสาหกรรม รวมถึงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วย ซึ่งการวัดสามารถติดตามการใช้วัตถุดิบและของที่ไม่ได้ใช้หรือสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งสามารถช่วยลดการสูญเสียของวัตถุดิบและลดความไม่จำเป็นในการทำการผลิต รวมถึงการตรวจสอบการใช้พลังงานและความหนาแน่นของพลังงานในกระบวนการผลิต จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น และลดการสูญเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต นอกจากนี้ การวัดช่วยในการสร้างโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการผลิตในทุกรายละเอียด ทำให้ผู้ผลิตสามารถเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการประหยัดทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้การผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามีความยั่งยืนและสร้างความน่าเชื่อถือในตลาด

ประสิทธิภาพพลังงาน  การวัดประสิทธิภาพพลังงานของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ถูกต้อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ผลิตและวิศวกรทำการปรับปรุงและพัฒนาระบบพลังงานภายในรถ โดยการวิเคราะห์การใช้พลังงานในแต่ละส่วนของรถ เช่น การชาร์จแบตเตอรี่ การขับเคลื่อน และการทำงานของระบบควบคุมพลังงาน รวมถึงการตรวจสอบว่าระบบพลังงานทั้งหมดได้รับการปรับปรุงและออกแบบมาได้ตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้มีประสิทธิภาพทางพลังงานและความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ การวัดยังช่วยในการระบุเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถทำให้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีประสิทธิภาพทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีที่ใช้พลังงานน้อยและมีประสิทธิภาพสูง

ความน่าเชื่อถือของผู้บริโภค ในวงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ความน่าเชื่อถือของผู้บริโภคมีความสำคัญมาก โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์รถยนต์และส่งผลต่อผู้บริโภคในมุมมองที่มีกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งผู้บริโภคมักมองว่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นตัวบ่งชี้ความน่าเชื่อถือ การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานมักทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในการเลือกซื้อและการใช้รถ นอกจากนี้ ความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความน่าเชื่อถือการปรับปรุงระบบความปลอดภัยและการทดสอบความปลอดภัยช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้

เทคโนโลยีการวัดที่ใช้ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

ระบบวัดแบบวิชั่น (Vision Measuring System) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เพื่อวัดขนาดและตำแหน่งของวัตถุที่มีขนาดเล็ก มักใช้ในงานที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำสูง เช่น การตรวจสอบคุณภาพของชิป และ กล้องจุลทรรศน์หรือไมโครสโคป (Measuring microscope) เป็นกล้องที่ออกแบบมาเพื่อวัดและตรวจสอบรายละเอียดของวัตถุที่มีขนาดเล็ก มักใช้ในงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น การตรวจสอบคุณภาพของการเชื่อมติด หรือ รอยแตกร้าวของชิปที่มีขนาดเล็ก รวมถึงใช้เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนภายในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของหน่วยควบคุมพลังงาน (PCU) ที่เป็นอุปกรณ์หรือระบบที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อควบคุมและจัดการการส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบพลังงาน เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อให้รถยนต์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและปรับความจุไฟฟ้าในแต่ละองค์ประกอบตามความต้องการ

การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมเครื่องมือวัด ในอุตสาหกรรมรถยนต์ สู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

นอกจากนี้ ระบบวัดแบบวิชั่นถูกนำมาใช้วัดและตรวจสอบแกนมอเตอร์ (Motor Core) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเคลื่อนที่ ซึ่งมักถูกสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนที่ถูกกัดเป็นร่องหรือจัดเรียงกันในแนวตามแกน ซึ่งการวัดและตรวจสอบแกนมอเตอร์ (Motor Core) เป็นขั้นตอนสำคัญในการผลิตและประสานงานของระบบไฟฟ้าในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยระบบวัดแบบวิชั่น ที่มีหัวโพรบแบบสัมผัส (Touch Signal Probe) ช่วยให้การวัดมีความแม่นยำของส่วนที่ถูกกัดร่อง

การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมเครื่องมือวัด ในอุตสาหกรรมรถยนต์ สู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

เครื่องวัดสามมิติ CNC CMM (CNC Coordinate Measuring Machine) เครื่องวัดที่ใช้ในการวัดและตรวจสอบขนาดและรูปร่างของวัตถุแบบสามมิติที่มีความซับซ้อนได้ โดยมีการควบคุมทางคอมพิวเตอร์ (CNC) ทำให้สามารถทำงานได้อัตโนมัติตามคำสั่งที่ได้รับจากระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้สำหรับการวัดฝาครอบ PCU ที่เป็นการขึ้นรูปจากอะลูมิเนียม ทำหน้าที่ป้องกันหรือครอบ PCU เพื่อปกป้องอุปกรณ์ภายในจากรอยสัมผัสสภาวะอากาศ ฝุ่น และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความทนทานของอุปกรณ์

เครื่องวัดความกลม (Roundness Measuring Machine) และ เครื่องวัดรูปทรงกระบอก (Cylindricity Measuring Instrument) เป็นเครื่องมือวัดที่ใช้ในการวัดความแม่นยำของรูปทรงที่มีลักษณะเป็นทรงกลมและรูปทรงที่มีลักษณะเป็นท่อหรือทรงกระบอก ซึ่งถูกนำมาใช้วัดเส้นผ่านศูนย์ภายนอกของโรเตอร์ (Rotor Outside Diameter) เป็นส่วนที่หมุนของมอเตอร์ ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้าเมื่อได้รับพลังงานและทำให้มีการหมุนเพื่อส่งพลังงานไปยังรถยนต์ และเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของสเตเตอร์ (Stator Inside Diameter) เป็นส่วนที่ไม่หมุนและอยู่ตรงกลางของมอเตอร์ สร้างแม่เหล็กในกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน ช่วยให้โรเตอร์มีการหมุน การวัดทั้ง 2 ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญในการผลิตมอเตอร์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและแม่นยำตามมาตรฐาน

เลเซอร์สแกนไมโครมิเตอร์ (Laser Scan Micrometer) เป็นเครื่องมือวัดที่ใช้ในการวัดขนาดของวัตถุ โดยใช้เทคโนโลยีเลเซอร์สแกน (Laser Scanning) เพื่อให้ได้ค่าการวัดขนาดที่มีความแม่นยำ รวดเร็ว และมีความละเอียดสูง โดยใช้เลเซอร์ในการสแกนผ่านวัตถุที่ต้องการวัด และมีระบบที่ช่วยในการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลในลักษณะที่เป็นตารางหรือกราฟ นำมาใช้ในการวัดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของสปูลที่ใช้สำหรับโรเตอร์

เครื่อง Litematic เครื่องวัดความละเอียดสูงที่ใช้ในการวัดความหนาหรือความสูงของชิ้นงานที่อาจได้รับผลกระทบจากแรงวัดได้ง่าย ด้วยแรงวัดเพียง 0.01 นิวตัน จึงเหมาะอย่างยิ่งสําหรับการวัดชิ้นงานที่เสียรูปได้ง่ายหรือส่วนประกอบที่มีความแม่นยําสูง มักถูกใช้ในการวัดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีการควบคุมความหนาของซีพาร์เรเตอร์ที่ฉนวนให้กับขั้วบวกและขั้วลบเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับกระบวนการผลิตของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือประกายไฟ เนื่องจากมีแรงที่วัดต่ำลงที่ลดการเยื้องของวัสดุลงมาได้

การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมเครื่องมือวัด ในอุตสาหกรรมรถยนต์ สู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

ระบบการวัด UMAP (UMAP Vision System) เป็นระบบการวัดรูปแบบ Microscopic form มีหัววัดแรงต่ำพิเศษที่ 1 μN ใช้เทคโนโลยีการตรวจจับ ทำให้สามารถวัดได้แม้กระทั่งชิ้นงานที่เปลี่ยนรูปได้ง่ายด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Stylus ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางต่ำสุด 15 µm ทำให้สามารถวัดการสัมผัสของพื้นที่ด้วยกล้องจุลทรรศน์ ตอบสนองความต้องการในด้านการวัดขนาดและรูปร่าง เช่น รัศมีมุม ระยะ และมุมได้  ซึ่งจะใช้ร่วมกับ เทคโนโลยีการวัดรูปทรงและความหยาบผิวไว้ในเครื่องเดียว (Formtracer) ที่เป็นการผสมผสานรูปแบบการวัด วิเคราะห์ความหยาบผิว และขนาดของรูปทรง ด้วยความแม่นยำสูง และการวัดด้วยระบบคอมพิวเตอร์ CNC ที่ง่ายต่อการใช้งาน ในการวัดซีพาเรเตอร์เป็นแผ่น หรือ ชิ้นส่วนที่ใช้ในการป้องกันการสัมผัสกันของไฮโดรเจนและออกซิเจน ทำหน้าที่เป็นตัวคั่นระหว่างชั้นบวกและชั้นลบในเซลล์เชื้อเพลิง

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) เครื่องมือวัดความละเอียดที่สามารถวัดขนาดชิ้นงานได้ทั้งความกว้าง ยาว หนา ความต่างระดับ และความลึก เป็นเครื่องมือวัดที่ให้ค่าความละเอียดสูงอ่านค่าวัดได้เที่ยงตรงแม่นยำ ซึ่งใช้ในการวัดชุดสายไฟทั้งหมดที่อยู่ในรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

เครื่องวัดความหยาบผิว (Surface Roughness Tester) เครื่องมือที่ใช้ทดสอบความหยาบของผิววัสดุ ชิ้นงานต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ ใช้ทดสอบในงานที่มีการตัดแต่งขึ้นรูปหรือใช้ในห้องปฏิบัติการทางด้านงานโลหะ ซึ่งนำมาใช้วัดในส่วนของขั้วโลหะในตัวปลั๊กชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

Article by: Sumipol Corporation Ltd. & MEGA Tech