News

รถไทย 8 เดือนฟื้นแตะ 9.6 แสนคัน “EV โต-ไฮบริดแรง” แต่กระบะยังทรุด ส.อ.ท.จี้รัฐเร่งกระตุ้นตลาด-รักษาฐานผลิต

ยอดผลิตรถยนต์ 8 เดือนแตะ 959,711 คัน เพิ่ม 1.27% ยอดขายในประเทศโต 16.60% แต่ส่งออกยังติดลบ 6.29% ขณะที่ BEV โตแรง ดันยอดขายสะสมกว่า 1.45 แสนคัน ส.อ.ท.ยังคงเป้าผลิตทั้งปี 1.45 ล้านคัน แม้น้ำท่วมเริ่มกระทบบางพื้นที่

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวจากตลาดในประเทศ หลังยอดผลิตและยอดขายรถยนต์ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 กลับมาเติบโต แต่ภาพรวมยังมีความท้าทายจากตลาดส่งออก โดยเฉพาะรถกระบะซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของไทย ขณะที่การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้ายังคงเดินหน้าอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า เดือนสิงหาคม 2569 ไทยผลิตรถยนต์ได้ 124,646 คัน เพิ่มขึ้น 10.93% จากปีก่อน ขณะที่ยอดขายในประเทศอยู่ที่ 59,809 คัน เพิ่มขึ้น 25.59% ส่วนการผลิตเพื่อส่งออกอยู่ที่ 83,612 คัน เพิ่มขึ้น 12.24% อย่างไรก็ตาม เมื่อมองภาพสะสม 8 เดือน การส่งออกยังอยู่ในภาวะหดตัว โดยยอดผลิตเพื่อส่งออกลดลง 2.89% สะท้อนว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยังไม่กระจายตัวอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะตลาดรถกระบะที่ยังเผชิญแรงกดดันทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผลิตรถยนต์ 8 เดือนแตะ 9.6 แสนคัน ฟื้นตัวจากแรงหนุน EV

ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 ไทยผลิตรถยนต์รวม 959,711 คัน เพิ่มขึ้น 1.27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เฉพาะเดือนสิงหาคมมียอดผลิต 124,646 คัน เพิ่มขึ้น 10.93% แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากรถยนต์ไฟฟ้า โดยเดือนสิงหาคมผลิตรถยนต์นั่ง BEV ได้ 13,126 คัน เพิ่มขึ้น 77.38% และผลิต HEV ได้ 18,136 คัน เพิ่มขึ้น 51.54% สวนทางกับรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ ICE ที่ผลิต 17,355 คัน ลดลง 20.51%

สำหรับช่วง 8 เดือนแรก รถยนต์นั่งผลิตรวม 349,605 คัน เพิ่มขึ้น 0.97% โดย BEV ผลิต 60,578 คัน เพิ่มขึ้น 74.03% ขณะที่ PHEV ผลิต 15,090 คัน เพิ่มขึ้น 22.40% และ HEV ผลิต 164,398 คัน เพิ่มขึ้น 20.40% ด้านรถกระบะขนาด 1 ตัน ซึ่งยังเป็นกำลังหลักของภาคการผลิตไทย ผลิตสะสม 8 เดือนอยู่ที่ 598,226 คัน เพิ่มขึ้น 0.45% คิดเป็นสัดส่วน 58.78% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่เดือนสิงหาคมผลิตได้ 73,273 คัน เพิ่มขึ้น 7.11%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้การผลิตโดยรวมเริ่มฟื้น แต่โครงสร้างอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดย EV และรถยนต์ไฟฟ้าประเภทไฮบริดเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ส่งออกยังเป็นโจทย์ใหญ่ แม้การผลิตเพื่อส่งออกเดือน ส.ค.ฟื้น

เดือนสิงหาคม ไทยผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออก 83,612 คัน คิดเป็น 67.08% ของการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 12.24% จากปีก่อน

แต่เมื่อพิจารณา 8 เดือนแรก การผลิตเพื่อส่งออกอยู่ที่ 605,579 คัน ลดลง 2.89% คิดเป็น 63.10% ของยอดผลิตทั้งหมด สะท้อนว่าภาคการส่งออกยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ แม้เดือนล่าสุดจะกลับมาขยายตัว สำหรับรถยนต์นั่ง เดือนสิงหาคมผลิตเพื่อส่งออก 18,509 คัน ลดลง 4.45% ขณะที่ช่วง 8 เดือนผลิตเพื่อส่งออก 128,594 คัน ลดลง 4.58%

ส่วนรถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนสิงหาคมผลิตเพื่อส่งออกได้ 65,103 คัน เพิ่มขึ้น 18.11% แต่ยอดสะสม 8 เดือนยังอยู่ที่ 476,985 คัน ลดลง 2.43% จึงเห็นได้ชัดว่า ตัวเลขเดือนสิงหาคมกับภาพรวมสะสมยังให้ภาพแตกต่างกัน กล่าวคือ การผลิตเพื่อส่งออกเริ่มฟื้นในระยะสั้น แต่ตลาดต่างประเทศโดยรวมยังมีแรงกดดัน โดยเฉพาะจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ตลาดในประเทศฟื้น แต่ “กระบะ” ยังเป็นจุดเปราะบาง

การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 41,034 คัน เพิ่มขึ้น 8.34% ขณะที่ยอดสะสม 8 เดือนอยู่ที่ 354,132 คัน เพิ่มขึ้น 9.27%

แรงหนุนสำคัญมาจากรถยนต์นั่ง โดยเดือนสิงหาคมผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 31,218 คัน เพิ่มขึ้น 31.16% ขณะที่ยอดสะสม 8 เดือนอยู่ที่ 221,011 คัน เพิ่มขึ้น 4.51% ตรงกันข้ามกับรถกระบะขนาด 1 ตันที่เดือนสิงหาคมผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเพียง 8,170 คัน ลดลง 38.52% แม้ยอดสะสม 8 เดือนยังเพิ่มขึ้น 13.60% มาอยู่ที่ 121,241 คัน

ส.อ.ท.ระบุว่า ตลาดรถกระบะถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญ หรือ Product Champion ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แต่ยอดขายในประเทศลดลงประมาณ 63% เมื่อเทียบกับปี 2565 ขณะที่การส่งออกกระบะก็ยังติดลบ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเชนในวงกว้าง ประเด็นสำคัญคือ รถกระบะมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศในสัดส่วนสูง โดยบางยี่ห้อมี Local Content มากกว่า 90% ดังนั้น การชะลอตัวของตลาดกระบะจึงไม่ได้กระทบเฉพาะยอดขายรถยนต์ แต่เชื่อมโยงไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทาน

BEV เร่งเครื่อง ยอดขายโตทะลุ 100% เปลี่ยนโครงสร้างตลาดรถไทย

ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 59,809 คัน เพิ่มขึ้น 25.59% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.04% จากเดือนกรกฎาคม แรงส่งสำคัญมาจากรถยนต์นั่ง BEV ซึ่งมียอดขาย 19,721 คัน เพิ่มขึ้น 113.29% คิดเป็น 32.97% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด หรือเกือบ 1 ใน 3 ของตลาดในเดือนดังกล่าว

สำหรับช่วง 8 เดือนแรก ยอดขายรถยนต์รวมอยู่ที่ 465,971 คัน เพิ่มขึ้น 16.60% โดยยอดขาย BEV อยู่ที่ 145,132 คัน เพิ่มขึ้น 100.81% ขณะที่ HEV มียอดขาย 102,351 คัน เพิ่มขึ้น 14.22% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตลาดอย่างชัดเจน เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานทางเลือกเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ขณะที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบเดิมต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในมุมของฐานการผลิต ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากในช่วง 8 เดือนแรก ไทยผลิตรถยนต์นั่ง BEV ได้ 60,578 คัน ขณะที่ยอดขายอยู่ที่ 145,132 คัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าการขยายตัวของตลาด BEV ในประเทศยังต้องเดินควบคู่ไปกับการสร้างฐานการผลิตและซัพพลายเชนในประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น

ส่งออกรถยนต์ 8 เดือนลด 6.29% ตะวันออกกลางยังฉุดตลาดกระบะ

เดือนสิงหาคม ไทยส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 69,724 คัน ลดลง 2.04% โดยตลาดรถกระบะยังมีสัดส่วนสำคัญของการส่งออก แต่ได้รับแรงกดดันจากตลาดต่างประเทศ

สำหรับช่วง 8 เดือนแรก ไทยส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 565,037 คัน ลดลง 6.29% โดยรถกระบะคิดเป็น 61.32% ของยอดส่งออก หรือ 346,459 คัน ลดลง 8.48% แรงกดดันสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย ส.อ.ท.ระบุว่าตลาดดังกล่าวยังมีการส่งออกลดลง ขณะที่ตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา และอเมริกาเหนือยังช่วยพยุงภาพรวมบางส่วน

ด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แม้ฐานยังไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป แต่การส่งออกเติบโตในอัตราสูง โดยช่วง 8 เดือน HEV ส่งออก 64,765 คัน เพิ่มขึ้น 92.19% BEV 12,135 คัน เพิ่มขึ้น 462.85% และ PHEV 3,189 คัน เพิ่มขึ้น 905.99%

จึงเป็นอีกสัญญาณว่าการส่งออกของไทยกำลังเริ่มเปลี่ยนโครงสร้างจากการพึ่งพารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถกระบะ ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น แม้สัดส่วนโดยรวมยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว

ส.อ.ท.คงเป้าผลิต 1.45 ล้านคัน จับตาน้ำท่วม-เร่งมาตรการพยุงกระบะและ EV

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด ส.อ.ท.ยังคงเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569 ไว้ที่ 1.45 ล้านคัน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ปรับไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 900,000 คัน และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน เมื่อเทียบกับยอดผลิตสะสม 8 เดือนที่ 959,711 คัน เป้าหมายดังกล่าวหมายความว่าในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปี ไทยจะต้องผลิตรถยนต์อีกราว 490,289 คัน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายทั้งปี

อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดย ณ วันที่ 28 กันยายน ส.อ.ท.ระบุว่า ยังไม่มีผลกระทบต่อเป้าหมายการผลิต 1.45 ล้านคัน เนื่องจากโรงงานส่วนใหญ่ยังสามารถเดินสายการผลิตได้ตามปกติ และระบบขนส่งชิ้นส่วนกับซัพพลายเชนโดยรวมยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง

ขณะเดียวกัน โจทย์ด้านนโยบายยังอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างการรักษาฐานการผลิตเดิมกับการเปลี่ยนผ่านสู่ EV โดย ส.อ.ท.ต้องการเห็นมาตรการกระตุ้นตลาดรถกระบะในระยะใกล้ เพื่อรักษาระดับการผลิต ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และระบบนิเวศของอุตสาหกรรม ส่วน EV นั้น ภาคอุตสาหกรรมยังรอรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงสร้างภาษีรถนำเข้า รวมถึงแนวทาง Local Content และการกำหนดปริมาณนำเข้าให้เชื่อมโยงกับมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้ผลิตสร้างขึ้นในประเทศ โดย ณ วันที่ 28 กันยายน ยังไม่มีการยืนยันอัตราภาษี EV นำเข้าใหม่ว่าจะอยู่ที่ 10%, 20% หรือ 30%

ที่มา: https://www.facebook.com/TheFederationOfThaiIndustries/

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *