Manufacturing Expo 2026 ปิดฉากอย่างโดดเด่น ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางสำคัญด้านเทคโนโลยีการผลิตของอาเซียน ด้วยการรวบรวมเทคโนโลยี เครื่องจักร และโซลูชันแห่งอนาคตจาก กว่า 2,000 แบรนด์ชั้นนำจาก 30 ประเทศ พร้อมเชื่อมโยงนักอุตสาหกรรม กว่า 90,000 รายจากทั่วภูมิภาค ระหว่างวันที่ 17–20 มิถุนายน 2026 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของงานคือการรวม 7 งานแสดงเทคโนโลยีเฉพาะทาง ไว้ภายใต้หลังคาเดียว ครอบคลุมอุตสาหกรรมพลาสติก แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีพื้นผิว ตลอดจนการออกแบบและบริหารจัดการโรงงาน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาเทคโนโลยีแบบแยกส่วน สู่การสร้าง Manufacturing Ecosystem ที่เชื่อมโยงเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ ข้อมูล และบุคลากรเข้าด้วยกัน

นอกจากการจัดแสดงเทคโนโลยี งานยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านสัมมนาและกิจกรรมด้าน Factory of the Future, Data Intelligence, Robotics และ Automation เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการเพิ่ม Productivity ลดต้นทุน และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคการผลิต
ความสำเร็จของ Manufacturing Expo 2026 จึงไม่ได้วัดจากขนาดของงานเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนพลังของการเชื่อมโยง Technology + Knowledge + Business Network ที่พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยและอาเซียนสู่ยุค Digital Transformation และ Sustainable Manufacturing อย่างเต็มศักยภาพ
โอกาสนี้ขอพาทุกท่านสำรวจวิสัยทัศน์จากผู้แสดงสินค้าชั้นนำ เพื่อค้นหานวัตกรรมและโซลูชันที่จะพลิกโฉมการผลิต พร้อมรับมือทุกความท้าทายของอุตสาหกรรมยุคใหม่
FARO & Creaform: Advancing Measurement Technology for Smarter Manufacturing

ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น ควบคู่กับแรงกดดันด้านต้นทุนและความจำเป็นในการเพิ่มกำลังการผลิตด้วยทรัพยากรที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของภาคอุตสาหกรรม
Ametek จึงนำเทคโนโลยีการตรวจวัดระดับโลกจากสองแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ FARO ผู้นำด้านเครื่องวัดแบบแขนกล และ Creaform ผู้นำด้านเครื่องสแกนสามมิติ HandySCAN 3D มาผสานจุดแข็งเพื่อมอบโซลูชันการตรวจวัดที่ครอบคลุม รองรับความต้องการของการผลิตยุคใหม่

การผสานเทคโนโลยีของทั้งสองแบรนด์ช่วยลดคอขวดในกระบวนการผลิต เพิ่มความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และความแม่นยำ ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับบริการหลังการขายโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ FARO ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางการให้บริการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในอนาคต Creaform จะยกระดับการให้บริการสู่มาตรฐานเดียวกัน เพื่อสนับสนุนลูกค้าได้รวดเร็วและครอบคลุมยิ่งขึ้น
“การรวมกันของ FARO และ Creaform คือการผสานจุดแข็งของผู้นำเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า และยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม”คุณบุญชัยกล่าวด้วยความมั่นใจ
DigiGate: Transforming Quality Control with 3D Measurement

ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพ ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากขึ้น เทคโนโลยีการวัดและตรวจสอบชิ้นงานแบบ 3D scanner จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้โรงงานตรวจสอบชิ้นงานได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเชื่อถือได้
เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว DigiGate ได้นำโซลูชันด้านการวัด 3 มิติจาก Shining 3D มานำเสนอ ช่วยให้ผู้ผลิตตรวจสอบมิติของชิ้นงาน และจัดเก็บข้อมูลการวัดในรูปแบบดิจิทัล เพื่อยกระดับการควบคุมคุณภาพ

คุณ ยูนุด กล่าวว่า “ปัจจุบันโรงงานไม่ได้มองหาเพียงเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูง แต่ยังต้องการโซลูชันที่ใช้งานง่าย ให้ผลลัพธ์รวดเร็ว และเชื่อมต่อกับระบบการผลิตดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีของ Shining 3D จึงตอบโจทย์ทั้งด้านความแม่นยำ ความรวดเร็ว และการบริหารจัดการข้อมูล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Smart Manufacturing”
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาและบริการ DigiGate พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคอุตสาหกรรม 4.0
Factory Max: Empowering Manufacturing with Integrated Solutions

คุณวิทยาเผยถึงมุมมองของ Factory Max ว่า “การเพิ่มผลผลิตและการลดต้นทุนสามารถเกิดขึ้นควบคู่กันได้ หากเริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหาอย่างรอบด้าน เพราะแต่ละโรงงานมีความท้าทายแตกต่างกัน ทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพชิ้นงาน ความต่อเนื่องของกระบวนการ และต้นทุนแฝงที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน
จุดแข็งของ Factory Max คือการมีโซลูชันที่ครอบคลุมตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่ Cutting Tools, Abrasive Tools, ระบบ Metrology สำหรับการวัดและควบคุมคุณภาพ, ซอฟต์แวร์ Smart Manufacturing และระบบAutomation ทำให้สามารถออกแบบและผสานเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของลูกค้า แทนการใช้โซลูชันสำเร็จรูปเพียงรูปแบบเดียว

สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วิเคราะห์ปัญหา ทดสอบแนวทาง และปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง จนเกิดผลลัพธ์ที่วัดได้ทั้งด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ และต้นทุน เราเชื่อว่าคุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่คือการถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้ลูกค้าพัฒนาศักยภาพการผลิตและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง”
Sodick AL60G+: Precision EDM for Next-Generation Manufacturing

ในกระบวนการผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนความแม่นยำสูง ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ ทั้งความต้องการด้านความแม่นยำที่สูงขึ้น การควบคุมคุณภาพผิวชิ้นงาน ความเสถียรของกระบวนการผลิต รวมถึงผลกระทบจากความร้อนที่อาจส่งผลต่อความคลาดเคลื่อนของชิ้นงานและประสิทธิภาพการผลิตโดยรวม
Sodick จึงพัฒนาเครื่อง Die-sinker EDM รุ่น AL60G+ ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความแม่นยำ ประสิทธิภาพ และความเสถียรสำหรับงานผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนขั้นสูง โดยติดตั้ง Linear Motor ที่พัฒนาขึ้นพร้อมโครงสร้างเครื่องที่มีความแข็งแกร่ง ช่วยลดผลกระทบจากการขยายตัวเนื่องจากความร้อนได้ถึง 50% ด้วยฟังก์ชัน TH COM

คุณ Hiromiki Goto เน้นย้ำว่า “AL60G+ ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่มุ่งเน้นทั้งคุณภาพ ความเร็ว และความสม่ำเสมอของกระบวนการผลิต โดยมาพร้อมแหล่งจ่ายไฟ SP Power Supply รุ่นล่าสุด ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองของมอเตอร์ ผสานการทำงานร่วมกับวงจร TTM4 และ BSN4 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของการกัดชิ้นงาน ขณะที่วงจร Arc-less 4 ช่วยลดการสึกหรอของอิเล็กโทรด พร้อมรองรับการสร้างผิวงานตั้งแต่ผิวด้านจนถึงผิวกระจก”
TBTS Driving Smarter Manufacturing with Automation & Measurement

ปัจจุบันผู้ผลิตไทยต้องเผชิญการแข่งขันจากสินค้าจีนที่มีต้นทุนต่ำกว่า ทำให้หลายโรงงานมุ่งลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรองรับการเปลี่ยนแปลง Model Change ให้เร็วยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมาการตรวจวัดคุณภาพส่วนใหญ่ยังอาศัยการทำงานแบบแมนนวลและสุ่มตรวจเพียงบางส่วน จึงไม่สามารถวิเคราะห์ภาพรวมของกระบวนการผลิตหรือค้นหาสาเหตุของปัญหาได้อย่างแม่นยำ
เรานำเสนอระบบ Automation และ Smart Measurement เพื่อยกระดับการตรวจวัดและการควบคุมคุณภาพ โดยช่วยเพิ่มจำนวนการตรวจวัดจากเดิม ทำให้วิเคราะห์แนวโน้มและตรวจพบความผิดปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมลด Human Error เพิ่มความแม่นยำ ลดของเสีย เสริมเสถียรภาพของกระบวนการผลิต และรองรับการทำ Predictive Maintenance

คุณเอกชัยกล่าวสรุปว่า “แม้การลงทุนในระบบ Automation จะสูงขึ้นประมาณ 1.5 เท่า แต่สามารถเพิ่ม Productivity ได้ถึง 4–5 เท่า จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และเชื่อว่าในอีก 4–5 ปีข้างหน้า Automation จะเป็นหัวใจสำคัญของภาคการผลิตไทย ช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ และสร้างความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน”
MEGA Tech ขอแสดงความขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านที่ร่วมมอบของที่ระลึกอันทรงคุณค่าในงาน Manufacturing Expo 2026 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่น่าสนใจและกระตุ้นให้ผู้เข้าชมงานมีส่วนร่วมกับกิจกรรม Survey อย่างต่อเนื่องตลอดการจัดงาน และขอขอบคุณผู้เข้าชมทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสำรวจด้วยความตั้งใจ ข้อมูลและความคิดเห็นที่ได้รับถือเป็นเสียงสะท้อนจากภาคอุตสาหกรรมที่มีคุณค่า ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ทิศทางตลาด ความต้องการของผู้ใช้งาน และแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

