Executive’s Talk

“Collaboration Solution Platform” ครั้งแรกแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมไทย เพื่อสร้างกำไรได้อย่างแท้จริงก่อนตัดสินใจลงทุน”

Share with

Article by: MEGA Tech

ในคอลัมน์ Executive’s Talk ฉบับนี้ ทาง MEGA Tech ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณสมหวัง บุญรักษ์เจริญ ผู้อำนวยการ สถาบันไทย-เยอรมัน TGI เกี่ยวกับโครงการ Collaboration Solution Platform ซึ่งเป็นโครงการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต โดยมี Testbed เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการนี้ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย  วัตถุประสงค์หลักของ Testbed คือต้องการให้ผู้ประกอบการได้ทำการทดสอบทดลองเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้ให้เกิดความมั่นใจ ก่อนลงทุนและปฏิบัติงานจริงในสายการผลิตของโรงงานนั้นๆ เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด และสร้างผลกำไรให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

คุณสมหวัง บุญรักษ์เจริญ ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของ สถาบันไทย-เยอรมัน TGI ว่า  “สถาบันไทย-เยอรมัน เป็นสถาบันเครือข่ายของ กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นองค์กรไม่แสวงหารผลกำไรดำเนินการภายใต้อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ  พันธกิจหลักของสถาบัน คือสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมยานยนต์ ,อุตสาหกรรมโลหะการ, อุตสาหกรรมพลาสติก หรืออุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น  ให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และพร้อมก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงอย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด”

TGI is ready to develop Thai industry into industry 4.0 era

“โดยทางสถาบันไทย-เยอรมัน TGI เน้นพัฒนา 3 อุตสาหกรรมสนับสนุนหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมแม่พิมพ์ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมแม่ เนื่องจากเกือบทุกผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมต่าง ๆจะเกิดจากแม่พิมพ์ทั้งสิ้น อีกอุตสาหกรรมสนับสนุนคืออุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ซึ่งก็อาจเรียกได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมพ่อ เพราะแม้แต่แม่พิมพ์เองก็เกิดจากเครื่องจักรกล และอีกอุตสาหกรรมสนับสนุนที่สถาบันมุ่งเน้นให้ความสำคัญ คือ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ซึ่งขอเรียกว่าอุตสาหกรรมพี่ ที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพการผลิตให้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆในยุคปัจจุบัน จึงสรุปได้ว่า ทางสถาบันไทย-เยอรมัน TGI เน้นให้การสนันสนุนด้านอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นหลัก” คุณสมหวังสรุปอธิบายเพิ่มเติมทิ้งท้าย

          ผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก  ทางสถาบันไทย-เยอรมัน TGI มี 4 บริการหลัก เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ ดังนี้

  1. Training & Seminar: ทางสถาบันได้มีจัดโปรแกรมฝึกอบรมที่หลากหลายตามกลุ่มวิชาที่ต้องการเรียนรู้ รวมถึงการสัมมนาทางวิชาการ เพื่อการพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม
  2. Industrial Project:  สถาบันรับงานผลิตชิ้นส่วน เครื่องมือ เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ แบบครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การควบคุมคุณภาพด้วยการวัดและทดสอบ จนถึงการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ให้กับทุกอุตสาหกรรมการผลิต
  3. Consult: เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ประกอบการ ในด้านการพัฒนาบุคลากร และเทคโนโลยี
  4. R&D (Research and Development) และ D&D (Design and Development): สถาบันจะทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้กับภาคอุตสหากรรมที่จะพัฒนาหรือสร้างนวัตกรรมใหม่

Testbed in the Collaboration Solution Platform (CSP)

Testbed เป็นเครื่องมือหลักของ Collaboration Solution Platformในการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยอาศัยหลักการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างผู้ผลิต, ผู้ใช้งาน, System Integrator (SI), ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิจัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการพิจารณาตัดสินใจลงทุนใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สามารถนำไปสู่การสร้างความสามารถในการแข่งขันในยุคอุตสาหกรรม 4.0

การทำงานของ Testbed ในสถาบันไทย-เยอรมัน TGI
Collaboration Solution Platform

ปัจจุบันเป็นยุคที่มีนวัตกรรมการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาล่าสุด เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้  Testbed จึงเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มีความรู้ความสามารถในเทคโนโลยีนั้น ๆไปพร้อมๆกัน

Testbed เป็นการทดสอบแนวคิด วิธีการ เครื่องมือ และ/หรือ เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนการลงทุนหรือการใช้งานจริงในโรงงาน โดยปรับรูปแบบการกระบวนการทดสอบให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละโรงงานที่เข้าร่วมโครงการ (Customized) ซึ่งเป็นการลงมือปฏิบัติงานจริงร่วมกับโรงงานที่ต้องการให้แก้ไขปัญหานั้นๆ โดยอาศัยหลักการตามกราฟข้างล่างนี้

การทำงานของ Testbed service ในสถาบันไทย-เยอรมัน TGI
TGI Testbed Service

จากภาพ การให้บริการ Testbed นั้น จะต้องทำการประเมิน วิเคราะห์ปัญหาของ Use Case ก่อน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญของสถาบันและผู้ปฏิบัติงานในโรงงานนั้นๆ โดยใช้องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาร่วมกระบวนการทั้ง Hardware และ Software แล้วเริ่มทำการทดลอง ทดสอบในกระบวนการทดสอบทีละขั้นตอนตามกระบวนการทำงานจริง อาจต้องมีผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมให้คำปรึกษาในแก้ปัญหาด้วย ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของ use case   เพื่อก่อให้เกิดผลกำไรเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้   ดังนั้นผู้ประกอบการนอกจากจะได้ผลงานตามต้องการแล้วทีมงานหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องจะได้รับองค์ความรู้จากโครงการ Testbed ด้วย ตาม Testbed Concept Graph ข้างล่างนี้

TGI Testbed Concept

Testbed Concept

ในเบื้องต้นนี้สถาบันได้เปิดให้บริการ Testbed ด้าน Machining Technology แล้ว ส่วนเทคโนโลยีต่อไปจะเป็นด้าน Automated Inspection

Learn how to Learn is the key to success in TESTBED

และเนื่องจากทุกงานในทุกองค์กรสำเร็จได้ด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นนอกจากเน้นการพัฒนาระบบและกระบวนการผลิตแล้ว ทางสถาบันไทย-เยอรมัน TGI ยังได้นำเสนอโมเดลในการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับ เทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วอีกด้วย โดย Model ดังกราฟข้างล่างนี้

Workforce 4.0 platform

จากกราฟ Model การพัฒนาบุคลากรที่ต้องมีสมรรถนะหลักทั้ง 4 ด้านแล้ว คุณสมหวังได้เน้นย้ำถึงหัวข้อ Learnability Skill  ว่า “โดยทั่วไปแล้วรูปแบบการเรียนรู้ในปัจจุบันจะเน้นเรื่อง “Learn to Know” แต่ทาง TGI จะพยายามเปลี่ยนให้เป็น “Learn how to Learn” มากขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของ Testbed ด้วย เพราะการทำ Testbed นั้นจะเน้นการเรียนรู้และพัฒนาไปพร้อม ๆ กันทั้งทางโรงงานและสถาบัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง อันจะก่อให้เกิดความคุ้มค่าการลงทุนสูงสุด”

คุณสมหวังได้กล่าวสรุปทิ้งท้ายไว้อย่างเชื่อมั่นว่า “จัดตั้งโครงการ Collaboration Solution Platform ของสถาบันไทย-เยอรมัน TGI โดยมี Testbed ที่เป็นเครื่องมือหลักหนึ่งของโครงการ  เพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดความมั่นใจว่าเทคโนโลยีพร้อมทั้งองค์ประกอบอื่นทั้งหมด ที่ผู้ประกอบการจะลงทุนนั้น จะได้รับผลิตผลตามที่ตั้งใจไว้ และจะสร้างผลกำไรให้กับผู้ประกอบการตามเป้าหมายที่วางไว้ และในระยะยาวองค์ความรู้ที่ได้รับจากโครงการ Testbed จะสามารถนำไปพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนช่วยยกระดับจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีให้เป็นผู้สร้างพึ่งพาเทคโนโลยีของตนเองได้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 ในอนาคตได้”

Reference : www.tgi.or.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *