Metal FAB - FORM

ซอฟต์แวร์ทรงพลัง เพื่อการผลิตที่ทันสมัย – The Powerful Software

ซอฟต์แวร์ทรงพลัง เพื่อการผลิตที่ทันสมัย - The Powerful Software
Share with

คุณรู้ไหม ผมเคยเจอเมสอะไรนี่ตัวเป็นๆ ด้วยนะ? คุณเคยเจอเมสซี่ตัวจริงเหรอครับ ผมไม่เชื่อหรอก! จริงสิ นี่ไง ระบบเมสสำหรับจัดการการผลิตของเรา!

               นี่อาจจุเป็นมุกตลกที่ผู้จัดการฝ่ายผลิตบางคนเคยใช้ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการฝ่ายผลิตทุกคนรู้ดีกว่า ถ้าไม่มีระบบเมส (MES) การดูแลการผลิตที่ลูกค้าสั่งเข้ามาคงจะกลายเป็นงานยาก แน่นอนว่า การนำระบบนี้มาใช้อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย และหนึ่งในเหตุผลก็คือ การเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิตอล ซึ่งทำให้การนำระบบ MES มาใช้นั้นจำเป็นต้องทุ่มทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และมักจะจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานใหม่ทั้งหมด ในคอลัมน์นี้ MEGA Tech ขอนำเสนอซอฟท์แวร์ที่จะเข้าจัดการระบบการผลิตของคุณให้มีประสิทธิภาพที่สุด

การส่งต่อข้อมูลอย่างราบรื่นคือสิ่งสำคัญที่สุด

               ปัญหาหลักของการจัดการการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพและการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการผลิตก็คือ การรวบรวมข้อมูลและการนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การมีข้อมูลที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน หรือปรับปรุงในส่วนใดก็ตาม เพราะข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้เรารู้อย่างชัดเจนว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ที่ไหน และทำไม หากบริษัทไม่สามารถผลิตได้ทันตามคำสั่งซื้อของลูกค้า นั่นแสดงว่าบริษัทอาจจะต้องการข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการผลิตและอัตราการใช้ประโยชน์จากเครื่องจักรที่เกิดขึ้นจริงเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต ข้อมูลเหล่านี้ช่วยในการระบุจุดที่เป็นคอขวดของการผลิต รวมถึงจุดที่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพ ความพร้อม หรือคุณภาพได้อีก ทำให้เราสามารถที่จะเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานได้ เพียงแค่ปรับปรุงให้ใช้งานเครื่องจักรที่มีอยู่แล้วได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดย

ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ใดๆ

ซอฟต์แวร์ทรงพลัง เพื่อการผลิตที่ทันสมัย - The Powerful Software

               ในขณะเดียวกัน หากบริษัทมีปัญหาต้นทุนสูงเกินไปและต้องการลดต้นทุนลงมา โดยที่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เราจำเป็นจะต้องรู้ข้อมูลว่า จุดใดที่เงิน “ไหลออก” มากที่สุด เราจำเป็นต้องทราบต้นทุนด้านเทคนิคของการผลิต ซึ่งก็คือต้นทุนของชิ้นงาน (วัตถุดิบ) รวมถึงต้นทุนเครื่องจักรและค่าแรง นอกจากนี้ ถ้ามีลูกค้าร้องเรียนและส่งคืนสินค้าบ่อยครั้ง เราก็จำเป็นจะต้องรู้ว่ามีปัญหาด้านคุณภาพเกิดขึ้นที่จุดไหนและทำไม ระบบ Lantek MES คือคำตอบที่จะให้ข้อมูลทั้งหมดนี้แก่คุณ

แล้วเราต้องทำอย่างไรเพื่อเริ่มนำระบบ MES มาใช้

               กระบวนการในการนำระบบ MES มาใช้นั้นประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ในหลายมิติและจำเป็นจะต้องมีการวิเคราะห์อย่างแม่นยำเพื่อให้ใช้ประโยชน์จากระบบได้สูงสุด ขั้นแรก เราต้องเริ่มจากคำถามที่ว่า เราต้องการอะไรจากการนำระบบ MES มาใช้? มีกระบวนการใดบ้างที่ต้องปรับปรุง? กระบวนการผลิตขั้นตอนใดที่ยังมีประสิทธิภาพไม่เป็นที่น่าพอใจ? มีกระบวนการผลิตขั้นตอนใดที่สร้างภาระต้นทุนมากกว่ากำไรหรือไม่? หากเราสามารถระบุปัญหาได้อย่างชัดเจนแล้ว ระบบ MES จึงจะสามารถปรับปรุงจุดที่เกิดปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นแล้ว ยังควรติดตามกระบวนการผลิตตลอดทุกขั้นตอน ซึ่งจะช่วยให้ระบบ MES สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ และช่วยปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย

ขั้นตอนที่ 1: การวิเคราะห์

               การวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ โดยทีมที่ปรึกษาจาก Lantek ช่วยให้มั่นใจได้ว่า โซลูชั่นที่เลือกจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของโรงงานนั้นๆ ได้อย่างตรงจุด ทั้งในแง่ของขอบเขตและฟังก์ชั่นการใช้งาน การวิเคราะห์ก่อนติดตั้งระบบจะช่วยในการออกแบบระบบที่จะนำมาใช้จริง พร้อมทั้งสามารถระบุรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำงาน / ใช้งานระบบ รวมทั้งแสดงให้เห็นว่าระบบจะตอบโจทย์ความต้องการที่กำหนดไว้ได้อย่างไร

ขั้นตอนที่ 2: การเตรียมความพร้อมของพนักงาน

               อีกหนึ่งจุดที่ควรพิจารณาในการนำระบบ MES มาใช้คือ การแจ้งข้อมูลแก่พนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับระบบ MES เราขอแนะนำให้จัดการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานคุ้นเคยกับแง่มุมต่างๆ ของการนำระบบ MES มาใช้ รวมถึงผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

               ควรจัดการฝึกอบรมการใช้งานระบบตั้งแต่ก่อนที่จะติดตั้งระบบ MES เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้พนักงานมีความรู้เกี่ยวกับระบบก่อนที่จะเริ่มใช้งานและสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพทันทีโดยไม่ต้องรอ แน่นอนว่า การตัดสินใจทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการนำระบบ MES มาใช้นั้น ควรมีการปรึกษาร่วมกับพนักงานด้วยเช่นกัน เพื่อเพิ่มความมีส่วนร่วมกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ขั้นตอนที่ 3: โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิค

               ระบบ MES ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีปัจจัยเหมาะสม ถ้าหากใช้งานระบบ MES ในรูปแบบบริการซอฟต์แวร์ (SaaS) เซิร์ฟเวอร์จะตั้งอยู่ที่สถานที่ของลูกค้าเองหรือบนคลาวด์ก็ได้ นอกจากเซิร์ฟเวอร์แล้ว ระบบ MES ยังต้องการเครือข่าย LAN เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสถานีผลิตและฐานข้อมูลของระบบ ลักษณะของระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในโรงงานผลิตนั้นมักจะจำเป็นต้องใช้เครือข่ายเชื่อมต่อทั้งแบบมีสายและไร้สายอยู่แล้ว การติดตั้งในกรณีของเครือข่ายไร้สายอาจจะยากกว่าเนื่องจากอาจะมีวัตถุกีดขวางหรือคลื่นรบกวนจากเครือข่ายหรืออุปกรณ์อื่น ดังนั้น จึงควรตรวจสอบรูปแบบและความพร้อมของเครือข่ายก่อนนำระบบ MES มาใช้

ซอฟต์แวร์ทรงพลัง เพื่อการผลิตที่ทันสมัย - The Powerful Software

               อีกปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นสำหรับการนำซอฟต์แวร์ MES มาใช้คือ การเตรียมระบบสื่อสารข้อมูลระหว่างพนักงานและระบบในรูปแบบของเครื่องเทอร์มินอลแบบติดตั้งถาวรหรือแบบเคลื่อนที่ ผู้ควบคุมร่วมกับทีมที่ปรึกษาควรตัดสินใจเลือกเครื่องเทอร์มินอล โดยพิจารณาถึงระดับมลพิษที่อุปกรณ์ต้องเจอในระหว่างการใช้งาน

               หากขอบเขตการใช้งานของระบบ MES ที่จะนำมาใช้นั้นครอบคลุมรวมถึงการตรวจสอบเครื่องจักร กรณีนี้จำเป็นที่จะต้องมีการสื่อสารข้อมูลระหว่างระบบและเครื่องจักรดังกล่าวผ่านทางโมดูลหรือไดรเวอร์ PLC ที่ติดตั้งโปรโตคอลสื่อสาร

ขั้นตอนที่ 4: การควบรวมกับระบบภายนอก (ขึ้นอยู่กับความต้องการ)

               การควบรวมกับระบบอื่นๆ ภายในโรงงานมักจะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันอย่างที่ต้องการ โดยในระหว่างขั้นตอนการวิเคราะห์ ควรพิจารณาว่าจะมีการใช้ระบบอื่นๆ ระบบใดบ้าง (ทั้งที่ใช้อยู่ในปัจจุบันหรือวางแผนที่จะใช้ในอนาคต) และซอฟต์แวร์ MES จะต้องสามารถสื่อสารข้อมูลกับระบบดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด ระบบ MES มักจะถูกติดตั้งควบรวมกับระบบอื่นๆ เช่น:

  • ระบบวางแผนและจัดตารางการผลิต – การควบรวมกับระบบนี้จะช่วยให้สามารถสื่อสารข้อมูลระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายวางแผนได้ ทำให้ได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับแผนการผลิตและระดับความสำคัญของแผน
  • ระบบจัดการคลังสินค้า – ช่วยบริหารประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของการผลิต รวมถึงการจ่ายวัตถุดิบให้แก่เครื่องจักร
  • ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) – ระบบ MES ช่วยให้ระบบ ERP ได้รับข้อมูลล่าสุดและถูกต้องจากการผลิต

               การรวมอินเตอร์เฟสระหว่างแต่ละระบบจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือระหว่างแต่ละบริษัทที่เป็นผู้พัฒนาระบบดังกล่าว Lantek มีประสบการณ์ยาวนานในด้านการควบรวมระบบ MES กับระบบอื่นๆ ที่พูดถึงไปแล้วข้างต้น ซึ่งจะช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในบริษัทเป็นไปอย่างราบรื่นต่อเนื่องและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการผลิต

               การควบรวมระบบ MES นั้นเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนและต้องใส่ใจในรายละเอียดเป็นพิเศษ รวมทั้งยังจำเป็นต้องมีความไว้ใจและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทุกฝ่ายในทุกขั้นตอน นี่คือเหตุผลสำคัญมากว่าทำไมถึงต้องเลือกซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้อย่าง Lantek ซึ่งมีศักยภาพในการดำเนินขั้นตอนการควบรวมระบบได้แบบครบวงจร

ขั้นตอนที่ 5: การให้บริการและสนับสนุนหลังการติดตั้ง

               หลังจากติดตั้ง ทดสอบ และเริ่มใช้งานระบบเรียบร้อยแล้ว… จะมีขั้นตอนอะไรต่อไป? หรือแค่นี้คือจบแล้ว? จริงๆ แล้ว ไม่ใช่อย่างนั้น การนำระบบ MES มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นไม่ได้จบเมื่องานติดตั้งจบ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ ระบบ MES จะต้องสามารถช่วยให้ลูกค้าไปถึงเป้าหมายที่วางไว้และสร้างประโยชน์ให้แก่ลูกค้าได้อย่างชัดเจน ซึ่งการให้บริการและสนับสนุนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งสองข้อนี้

               ทุกขั้นตอนที่เราพูดถึงไปก่อนหน้านี้จำเป็นจะต้องมีการสร้างทักษะความสามารถให้กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และเป็นเรื่องสำคัญมากที่พนักงานที่เป็นผู้ใช้งานระบบจะต้องรู้ทุกอย่างที่จำเป็น เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากระบบได้อย่างเต็มศักยภาพ

               ดังนั้น งานของทีมผู้เชี่ยวชาญของเราจึงไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อติดตั้งระบบเสร็จ แต่เรายังคงทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยตัดสินใจ หาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยลูกค้าค้นหาคำตอบที่ดีที่สุด และในขณะเดียวกัน เราก็พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ความรู้และทักษะทั้งหมดที่จำเป็นถูกส่งต่อให้แก่ผู้ใช้งานทุกคน เพื่อให้ลูกค้ามีทีมของตัวเองที่มีทักษะความสามารถพร้อมและสามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มศักยภาพด้วยตนเองในอนาคต

Article by: KSB3 Machine, Tool and Part Co., Ltd. & MEGA Tech