นายนฤษณิษฐ์ เถรษฐิระสุขดี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เผยว่า นายเอกนิติ นิติธานประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำคณะผู้แทนประเทศไทยเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 13-18 เมษายน 2569 เพื่อเข้าร่วมการประชุม The 2026 Spring Meetings of the International Monetary Fund (IMF) and The World Bank Group พร้อมทั้งขยายความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรและองค์กรเศรษฐกิจชั้นนำ และเจรจาเพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเป้าหมายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์-เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากความต้องการเพิ่มสูงขึ้นจากกระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

โดยคาดว่า ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะมียอดขายเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งเร็วกว่าที่สมาคมเซมิคอนดักเตอร์เคยคาดการณ์ไว้ถึง 4 ปี และถือเป็นอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ประเทศต่างๆ แข่งขันกันเพื่อดึงดูดการลงทุนเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงทางเทคโนโลยี รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มและสนับสนุนต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ ของประเทศ
แน่นอนว่า สหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกมาหลายทศวรรษ โดยครอบครองเทคโนโลยีที่สำคัญและมีส่วนแบ่งรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งในตลาดชิปทั่วโลก
ดังนั้น ในระหว่างการเยือนครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการ BOI จึงได้ริเริ่มหารือแผนการลงทุนกับบริษัทชั้นนำ 3 แห่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเชิญชวนให้ขยายการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการผลิตแผงเวเฟอร์ (Wafer Fabrication) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญและเป็นวัสดุต้นน้ำสำหรับการผลิตชิปประมวลผล (CPU, GPU และ Memory) พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรและผู้ประกอบการไทย
คณะผู้แทนได้หารือกับบริษัทรายใหญ่หลายแห่ง รวมถึง Phononic, GlobalFoundries และ Teradyne โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชิญชวนให้บริษัทเหล่านี้ขยายธุรกิจหรือจัดตั้งโรงงานผลิตชิปต้นน้ำ (upstream) ในประเทศไทย การผลักดันครั้งนี้ได้เน้นย้ำจุดแข็งของประเทศไทย เช่น ห่วงโซ่อุปทานและแรงงานที่มีทักษะ และการมีส่วนร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมระดับโลก SEMI เพื่อยกระดับบทบาทของประเทศในเวทีโลก
บริษัทแรกที่มีการเจรจาคือ Phononic ผู้ผลิตชิปควบคุมอุณหภูมิ (ชิประบายความร้อนสำหรับ GPU) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำสูงและประหยัดพลังงาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมดิจิทัลในปัจจุบัน เนื่องจากความร้อนได้กลายเป็นข้อจำกัดหลักประการหนึ่งของระบบประมวลผลขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี AI โดย Phononic เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักผ่านการร่วมทุนกับสามบริษัทในประเทศไทย ซึ่งหนึ่งในสามเป็นบริษัทสัญชาติไทย
ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา บริษัท Phononic ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 3 พันล้านบาท และได้รับการคัดเลือกอย่างเป็นทางการให้เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับระบบประมวลผลของ NVIDIA
ซึ่งขณะนี้บริษัทฯ กำลังเตรียมย้ายการผลิตวัตถุดิบเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำเพิ่มเติม จากสหรัฐอเมริกามายังประเทศไทยภายในปี 2027 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแบบครบวงจรของ Phononic ตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำไปจนถึงผลิตภัณฑ์ชิปสำเร็จรูป
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทจะนำกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาที่สนับสนุนส่วนกระบวนการผลิตชิปต้นน้ำมายังประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย
ที่มา: News << Click here
Article by: MEGATech Thailand << Click here