Executive’s Talk

เปลี่ยน Green เป็นกลยุทธ์ธุรกิจ: พลิกคาร์บอนสู่ความได้เปรียบทางการแข่งขัน

      เมื่อพูดถึง Green Transformation ภาพจำเดิมๆ ของคนในอุตสาหกรรมมักผูกติดอยู่กับการทุ่มงบประมาณก้อนใหญ่เพื่อซื้อเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม หรือการสร้างภาระต้นทุนใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายด้านคาร์บอน แต่สำหรับ คุณวุฒินันท์ ชนะชัย, HR Environment Officer of Summit Laemchabang Auto body Work Co., Ltd. มุมมองดังกล่าวได้ถูกสลายไปโดยสิ้นเชิงหลังผ่านการเรียนรู้ในหลักสูตร “GREEN TRANSFORMATION for Next-Generation Factory Leaders” ของ SIMTEC

     MEGA Tech มีโอกาสพูดคุยกับคุณวุฒินันท์ และพบว่าหัวใจสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนผ่าน อาจไม่ใช่แค่เรื่องทฤษฎีทางเทคนิค แต่คือการสลัดภาพ Green จากงาน CSR แบบเดิมๆ ให้กลายเป็น “กลยุทธ์ทางธุรกิจ” (Business Strategy) ที่สามารถร้อยเรียงการลดคาร์บอน การลดต้นทุน การเพิ่ม Productivity และการยกระดับคุณภาพ (Quality) เข้าเป็นเรื่องเดียวกันอย่างทรงพลัง

คุณวุฒินันท์ ชนะชัย, HR Environment Officer of Summit Laemchabang Auto body Work Co., Ltd.
คุณวุฒินันท์ ชนะชัย, HR Environment Officer of Summit Laemchabang Auto body Work Co., Ltd.

     “ก่อนเข้าอบรม เรามักมองว่า Green Transformation เป็นภาระด้านต้นทุน แต่เมื่อได้เรียนรู้จริง ทำให้เห็นชัดว่าความยั่งยืนและการลดคาร์บอนไม่ใช่แค่กิจกรรม CSR แต่มันคือกลยุทธ์ที่ช่วยลดความสูญเสีย เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้โรงงานได้อย่างเป็นรูปธรรม”

KEY HIGHLIGHTS | จุดเน้นสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน

  • เปลี่ยน Green จาก CSR สู่ Strategy: มองเรื่องคาร์บอนเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ใช่ภาระค่าใช้จ่าย
  • ขจัด Waste = ลด Carbon: ของเสีย 1 ชิ้น สูญเสียทั้ง Material, พลังงาน และเวลา การลด Scrap จึงเป็นทางลัดลดคาร์บอนที่คุ้มค่าที่สุด
  • ปรับ Process ก่อนทุ่มเงินลงทุน: ดำเนินการผ่านกรอบ SEEN – LEAN – GREEN – CLEAN เพื่อขจัด Loss หน้างานทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติงบใหญ่
  • สลาย Silo การทำงาน: เชื่อมโยงแนวคิดระหว่างฝ่าย Environment, Production และ PM ให้ใช้ข้อมูลเดียวกันในการขับเคลื่อน
  • ส่งต่อ Mindset สู่คนทั้งองค์กร: ขยายผลองค์ความรู้จากคนกลุ่มเล็ก ไปสู่วิธีคิดของพนักงานกว่า 1,200 คน เพื่อความยั่งยืนที่แท้จริง

ของเสียหนึ่งชิ้น ไม่ได้สูญเสียแค่ Material: เจาะลึกต้นทุนแฝงทางพลังงาน

     ในฐานะโรงงานผลิตชิ้นส่วน Body สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ แนวคิดการลด Waste ถูกสะท้อนกลับมาสู่สายการผลิตได้อย่างเฉียบคม หากกระบวนการเกิดของเสียขึ้น 1 ชิ้น สิ่งที่สูญเสียไปไม่ได้มีแค่ตัววัตถุดิบ (Material) เท่านั้น แต่ยังหมายถึง พลังงาน เวลา และทรัพยากรทุกอย่าง ที่ถูกถลุงไปตลอดกระบวนการก่อนจะกลายเป็นของเสียชิ้นนั้น

      ความเข้าใจนี้ช่วยยกระดับการมองเห็น “ต้นทุนที่ซ่อนอยู่” ในการทำงานอย่างเป็นระบบ:

  • การสูญเสียซ้อนสอง (Double Loss): เมื่อเกิด Scrap 1 ชิ้น โรงงานต้องจ่ายค่า Material ฟรีๆ และยังต้องจ่ายค่าไฟฟ้า พลังงานลม และแรงงานที่ใช้ปั๊มขึ้นรูปชิ้นงานนั้นด้วย
  • ของเสียคือคาร์บอนแฝง: ทุกกระบวนการที่สร้างของเสีย คือกระบวนการที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยไร้ผลผลิต การลด Scrap จึงเป็นทางลัดในการตัดลด Carbon Footprint ที่เห็นผลเร็วที่สุด
  • การเพิ่ม Productivity ทางอ้อม: เมื่อขจัดของเสียใน Process ลงได้ นอกจากต้นทุนจะลดลงแล้ว ชิ้นงานที่ได้มาตรฐานยังมีสัดส่วนสูงขึ้น ส่งผลให้ Output รวมของโรงงานเติบโตขึ้นตามไปด้วย

      มิตินี้ทำให้คำว่า Environment กับ Cost ไม่ได้ยืนอยู่คนละฝั่งอีกต่อไป การลด Waste จึงสร้าง Impact ได้พร้อมกันทุกมิติ ทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตัดลดต้นทุน เพิ่ม Output และควบคุมคุณภาพ คำถามของผู้นำยุคใหม่จึงเปลี่ยนจากการถามว่า “ทำอย่างไรให้โรงงาน Green ขึ้น?” ไปสู่ “เราจะออกแบบกระบวนการให้ใช้ทรัพยากรน้อยลง แต่สร้างคุณค่าได้สูงขึ้นได้อย่างไร?”

จาก Solar Rooftop สู่ Green ภายใน Process: การสร้างกระบวนการยั่งยืน

      ที่ผ่านมา โรงงานได้ติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดการใช้พลังงานจากภายนอกมาแล้วประมาณ 2 ปี แต่การอบรมครั้งนี้ทำให้เห็นว่า ถนนสู่ Green Transformation ไม่ได้มีแค่โครงการลงทุนขนาดใหญ่เท่านั้น สิ่งที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติงบคือ “การกลับมาปรับ Process”

  • SEEN: มองเห็นข้อมูลและการไหลของพลังงานผ่านการวัดผลที่ชัดเจน
  • LEAN: ตัดลด Idle, Leakage และความสูญเปล่าที่ไม่สร้างคุณค่า
  • GREEN: คำนวณและบริหารจัดการคาร์บอนในกระบวนการอย่างมีทิศทาง
  • CLEAN: ประยุกต์ใช้กับระบบ Utility (Boiler, ลมอัด, HVAC) และวางแผนยั่งยืนระดับองค์กร
หลักสูตร Green transformation , Green transformation ลด carbon footprint

      กระบวนการนี้ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็น “พลังงานสูญเปล่า” ในจุดที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน เช่น การรั่วไหลในระบบลมอัด หรือการทำงานเกินกำลังของระบบระบายอากาศ ซึ่งการแก้ปัญหาจุดเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงินลงทุนใหม่ แต่ใช้การปรับปรุงพฤติกรรมและการบำรุงรักษาอย่างตรงจุด นี่คือจุดเชื่อมสำคัญที่พิสูจน์ว่า Green Transformation ไม่ใช่เรื่องที่แยกขาดจาก Production Excellence แต่สามารถเริ่มต้นได้จากการขจัดความสูญเสียหน้างานเพื่อมุ่งสู่การบริหารคาร์บอนอย่างยั่งยืน

ทลาย Silo: เมื่อ Environment, Production และ PM เดินไปในทิศทางเดียวกัน

    ความประทับใจในหมวด GREEN และ CLEAN เกิดจากการผสมผสานทฤษฎีเข้ากับ Case Study และ Workshop เดินสำรวจจริงหน้างาน ซึ่งเปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เคยเป็นเรื่องนามธรรม ให้กลายเป็นสิ่งที่ “ตรวจสอบ วิเคราะห์ และจัดการได้ด้วยตัวเลข”

ประเด็นสำคัญคือ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหนึ่งเรื่อง ไม่สามารถแก้ได้ด้วยฝ่าย Environment เพียงลำพัง:

  • ฝ่าย Environment: มองเห็นผลกระทบด้านพลังงานและเป้าหมาย Carbon
  • ฝ่าย Production: มองเห็นผลกระทบต่อ Output, Cycle Time และ Quality
  • ฝ่าย PM (Preventive Maintenance): มองเห็นประสิทธิภาพของเครื่องจักรและระบบ Utility

       เมื่อนำกรณีศึกษาของระบบ Utility หลัก เช่น ระบบปั๊มลม หรือระบบทำความเย็น มาวิเคราะห์ร่วมกัน ทีมงานจะเห็นทันทีว่าการตั้งค่าแรงดันลมที่สูงเกินไปของ PM ไม่เพียงแต่ทำให้เครื่องจักรเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แต่ยังเพิ่มภาระค่าไฟให้ฝ่าย Production และสร้าง Carbon Footprint ให้ฝ่าย Environment เมื่อองค์ความรู้ของทั้ง 3 ฝ่ายถูกนำมารวมกัน การปรับปรุงโรงงานจึงไม่ใช่การทำงานแบบแยกส่วน (Silo) อีกต่อไป แต่กลายเป็นการผนึกกำลังที่สร้างผลสัมฤทธิ์ได้สูงกว่าเดิมหลายเท่า

ส่งต่อความรู้ จาก 1 คน สู่พลังขับเคลื่อนพนักงาน 1,200 คน: กลยุทธ์พัฒนาคน

     การจบหลักสูตรตลอด 4 วันของคุณวุฒินันท์ ในฐานะ HR Environment ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำองค์ความรู้ไปขยายผลสู่พนักงานกว่า 1,200 คน ซึ่งการจะเคลื่อนทัพองค์กรขนาดใหญ่ไปข้างหน้าพร้อมกันได้อย่างมีเอกภาพ ย่อมต้องอาศัยกลยุทธ์การสื่อสารและการพัฒนาคนที่มีประสิทธิภาพสูง

    การย่อยองค์ความรู้: แปลงทฤษฎีการคำนวณคาร์บอนที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นข้อปฏิบัติหน้างานที่เข้าใจง่าย

  1. สร้างส่วนร่วมผ่านกิจกรรม: เชื่อมโยงเป้าหมาย Green เข้ากับงานประจำวัน เช่น กิจกรรมการค้นหาจุดรั่วซึม หรือการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานเพื่อลด Waste
  2. ขยายผลผ่านการอบรมรุ่นสู่รุ่น: ส่งต่อทีมงานเข้าร่วมเรียนรู้ในหลักสูตร SIMTEC เพื่อสร้างกลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) กระจายตัวอยู่ในทุกแผนก

       ต่อให้โรงงานจะมีเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่ล้ำสมัยเพียงใด แต่หากคนส่วนใหญ่ยังคิดว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็น “หน้าที่ของฝ่าย Environment” การเปลี่ยนผ่านก็ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง ในทางกลับกัน หากพนักงานทุกคนเข้าใจตรงกันว่า การลด Scrap 1 ชิ้น หรือการปิดเครื่องจักรที่ไม่ใช้งาน ล้วนส่งผลต่อต้นทุนและคาร์บอนขององค์กร Green จะหลอมรวมกลายเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำวันทันที

“บทบาทที่สำคัญที่สุดของ HR Environment ไม่ใช่แค่การคำนวณ Carbon แต่คือการเปลี่ยนความรู้ของคนกลุ่มเล็ก ให้กลายเป็น Mindset ของคนทั้งโรงงาน”

EXCLUSIVE TAKEAWAY | เมื่อ Sustainability ตอบโจทย์ Business

“หยุดมอง Sustainability เป็น ‘ค่าใช้จ่าย’! เพราะ Green Transformation ที่แท้จริง ไม่ใช่การเลือกระหว่าง ‘การเติบโต’ หรือ ‘สิ่งแวดล้อม’ แต่คือการขจัดความสูญเสียเพื่อสร้าง ‘ขีดความสามารถในการแข่งขันยุคใหม่’ ที่ทั้งธุรกิจและโลกโตไปพร้อมกัน”


คุณวุฒินันท์ ชนะชัย, HR Environment Officer

Summit Laemchabang Auto body Work Co., Ltd.

This image has an empty alt attribute; its file name is ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ-83-1024x576.png
This image has an empty alt attribute; its file name is Black-and-White-Minimalist-Music-Studio-Logo-1-1024x256.png

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *