Logistics & Supply Chain

Health Happens Everywhere: THE LOGISTICS OF TELEMEDICINE

Share with

เทคโนโลยีอัตโนมัติที่เข้าถึงผู้บริโภคแบบที่ไม่เคยมีก่อนนั้นสามารถตอบโจทย์ทางด้านสุขภาพ สวัสดิภาพ การเฝ้าดูแลรักษาระยะไกล ระบบบ้านอัจฉริยะ แท้จริงแล้วการดูแลสุขภาพควรนำการดูแลมาสู่ผู้ป่วยมากกว่าที่จะให้ผู้ป่วยเดินทางเพื่อไปรับการดูแลรักษา ไม่ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ที่บ้าน ในโรงพยาบาล หรือที่ใดก็ตาม นับมาจนถึงปัจจุบันพบว่าการดูแลสุขภาพได้มีลักษณะกระจายมากขึ้น โดยมีลักษณะเป็นแพลตฟอร์มที่ให้การบริการแบบแบบดิจิทัลในรูปแบบที่เรียกว่า digital-first

Telehealth หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันว่า Telemedicine กำลังเปลี่ยนแปลงธุรกิจสุขภาพ ผู้เชี่ยวชาญได้ประชาสัมพันธ์กล่าวถึงคุณประโยชน์มาหลายปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่แพร่หลายจนกระทั่งการเยือนของภาวะการระบาดครั้งใหญ่ในปี 2020 ที่ผู้ป่วยเริ่มหันมาใช้ Telehealth โดย จากการศึกษาของ Siemens Healthineers คาดว่า ณ ปัจจุบัน มีการรับบริการการแพทย์โดยใช้ระบบ โดยใช้ระบบ Telehealth แบ่งเป็นการรับบริการแบบฉุกเฉิน 20% และการรับบริการผู้ป่วยนอก 24%

The pandemic and telehealth awareness
Source Telehealth, Siemens Healthineers

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Facts and Factors พบว่าขนาดและส่วนแบ่งของตลาด Telehealth ทั่วโลกคาดว่าจะสูงถึง 475.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 จาก 62.45 พันล้านดอลลาร์ในปี 2020 ที่อัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) 26.5% ในช่วงระยะเวลาคาดการณ์ 2021 ถึง 2026 ในขณะที่อเมริกาเหนือคาดว่าจะได้รับส่วนแบ่งการตลาดที่ใหญ่ที่สุด แต่เอเชียแปซิฟิกก็คาดว่าจะเกิดการเติบโตเร็วที่สุด (CAGR) ในช่วงระยะเวลาคาดการณ์

Telemedicine market – growth rate by region
Source: Mordor Intelligence

ในช่วงต้นของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 พบว่ามีการใช้งาน Telehealth เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งนี้เนื่องจากผู้บริโภคและผู้ให้บริการเลือกที่จะเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างปลอดภัย เฉพาะในเดือนเมษายน 2020 การใช้ Telehealth เพื่อรับบริการติดตามดูแลรักษาและการบริการผู้ป่วยนอกสูงกว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ถึง 70 เท่าตามการวิจัยของ McKinsey

การใช้งานระบบ Telehealth นี้ค่อนข้างคงที่ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 จากการสำรวจของ McKinsey พบว่าการได้รับความนิยมในการใช้ Telehealth นั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความการบำบัดดูแลรักษาเฉพาะทาง โดยพบการใช้สูงสุดในด้านจิตเวช (50 เปอร์เซ็นต์) และการบำบัดการใช้สารเสพติด (30 เปอร์เซ็นต์)

นอกจากนี้ การสำรวจของ McKinsey พบว่าผู้บริโภคยังคงมองว่า Telehealth เป็นรูปแบบที่สำคัญที่ตอบโจทย์ความต้องการทางการแพทย์ในอนาคต แต่มุมมองนี้แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของการดูแล โดยประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคกล่าวว่าจะยังคงใช้ telehealth ต่อไปแม้ภาวะโรคระบาดได้จบลงแล้ว การมุ่งเน้นการให้บริการแก่ผู้บริโภคที่ไร้รอยต่อ การทำลายระบบการให้บริการในการดูแล (ทั้งแบบเสมือนและแบบตัวต่อตัว) ด้วยการผสานรวมข้อมูลที่มีความลึกซึ้ง และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในเชิงรุก ทั้งหมดนี้จะมีความสำคัญต่อการรักษาและการได้รับความนิยมแพร่หลายในหมู่ผู้บริโภค

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *