News

ยอดผลิตรถยนต์พฤษภาคม 114,214 คัน หดตัว 17.9% ขณะที่ EV โตพุ่ง 61%

ยอดผลิตรถยนต์พฤษภาคม 114,214 คัน หดตัว 17.9% ขณะที่ EV โตพุ่ง 61%
Share with

ส.อ.ท. เผย ยอดผลิตรถยนต์พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 114,214 คัน หดตัว 17.9% ในขณะที่ EV โตพุ่ง 61% ส่วนรถจักรยานยนต์ขยายได้ที่ 9.6%

เมื่อวันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศสำหรับเดือนพฤษภาคม 2569 ว่า ประเทศไทยผลิตรถยนต์ได้จำนวน 114,214 คัน ลดลงร้อยละ 17.94 จากการส่งออกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.60 โดยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เติบโตร้อยละ 61.19 ส่งผลให้การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศมีสัดส่วนสูงกว่าการผลิตเพื่อส่งออกเป็นครั้งแรก สะท้อนแรงขับเคลื่อนของตลาดภายในประเทศที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

ยอดผลิตหดตัวครั้งใหญ่

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนพฤษภาคม 2569 มีทั้งสิ้น 114,214 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 17.94 เนื่องจากผลิตส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลงร้อยละ 26.66 และ 38.79 ตามลำดับ ส่งผลให้ผลิตเพื่อส่งออกลดลงร้อยละ 36.20 แม้ว่าผลิตเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.78 ก็ตาม ส่งผลให้ยอดผลิตรวมลดลงร้อยละ 17.94 เป็นครั้งแรกที่ผลิตเพื่อขายในประเทศมากกว่าผลิตเพื่อส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดหลักอันดับสามของการส่งออกรถยนต์ของประเทศไทยที่ปี  2568 ส่งออกไป 200,001 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 21 ของยอดส่งออกทั้งหมด

ทำให้จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในห้าเดือนแรกของปีนี้ คือมกราคม – พฤษภาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 587,759 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 1.13 รถยนต์นั่ง เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตได้ 47,407 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 12.43 ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 มีจำนวน 204,006 คัน เท่ากับร้อยละ 34.71 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 4.51

โดยในส่วนของรถยนต์นั่งเดือนพฤษภาคม 2569 แบ่งออกเป็น รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine จำนวน 14,019 คัน, รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle จำนวน 6,185 คัน, รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle จำนวน 4,197 คัน และรถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle จำนวน 23,006 คัน

ในขณะที่รถกระบะขนาด 1 ตันของเดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 65,314 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 22.68 และตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 376,604 คัน เท่ากับร้อยละ 64.07 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 0.16 โดยแบ่งเป็น

การผลิตเพื่อส่งออก

เดือนพฤษภาคม 2569 มียอดผลิตเพื่อส่งออกได้ 55,694 คัน เท่ากับร้อยละ 48.76 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 36.20 และเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 มีผลิตเพื่อส่งออกได้ 372,299 คัน เท่ากับร้อยละ 63.34 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 4.56

สำหรับรถยนต์นั่ง เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตเพื่อการส่งออกได้ 13,661 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 4.96 และตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 81,636 คัน เท่ากับร้อยละ 40.01 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 11.65

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนพฤษภาคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออกจำนวน 42,033 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 38.79 และตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 290,663 คัน เท่ากับร้อยละ 77.18 ของยอดการผลิตรถกระบะ ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 8.30

การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ

เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ 58,520 คัน เท่ากับร้อยละ 51.24 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 12.78 และเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 ผลิตได้ 215,460 คัน เท่ากับร้อยละ 36.66 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 5.41

รถจักรยานยนต์

เดือนพฤษภาคม 2569 ไทยสามารถผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 230,691 คัน โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 9.67 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 187,591 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 5.80 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 43,100 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 30.45

ทำให้ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์ในห้าเดือนแรกของปีนี้ ตั้งแต่มกราคม – พฤษภาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,048,117 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 1.53 โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 836,824 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 3.35 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 211,293 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 6.43

ที่มา: News << Click here

Article by: MEGATech Thailand << Click here

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *